รักพี่เสียดายน้อง ทำไม ‘การเลือก’ ถึงยากเย็นขนาดนั้น?

ไม่ใช่แค่เลือกว่ากลางวันนี้จะกินอะไร จะเลือกคบกับใคร หรือจะเรียนต่อสาขาอะไรดี เพราะยากไปกว่านั้นคือทั้งเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ในชีวิตล้วนต้องผ่านการ ‘ตัดสินใจ’ เลือกหรือไม่เลือกบางอย่างเสมอแต่พอมีมากก็เลือกยาก มีน้อยก็ลังเลใจสำหรับคนที่คิดจนปวดหัวแล้วก็ไม่รู้ว่าจะเลือกอะไร เราขอแนะนำว่า ต่อให้ไปโยนเหรียญหัวก้อยก็ใช่ว่าจะได้คำตอบที่เราต้องการอยู่ดี—และเหล่านี้คือเหตุผล…

• เพราะการสังเกตล้วนๆ ที่ทำให้นักจิตวิทยาชาวอเมริกันอย่าง Barry Schwartz เห็นว่า ถ้าเลือกได้ คนเรามักจะอยากให้ตัวเองมีตัวเลือกเยอะๆ แต่พอมีตัวเลือกให้เลือกเยอะ เรากลับมักพอใจในสิ่งที่เราเลือกไปแล้วน้อยกว่าอีกตัวเลือกที่เหลืออยู่จนพาให้ลังเลใจเสมอ ยิ่งไปกว่านั้น การมีตัวเลือกให้เราเยอะๆ ก็กลับทำให้เราเลือกไม่ถูกจนพาลให้ไม่ตัดสินใจเลือกอะไรทั้งสิ้นไปเลย…

• ตัวอย่างการทดลองของ Sheena Iyenger และ Mark Lepper ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Personality and Social Psychology น่าจะพอทำให้เราเห็นภาพชัดขึ้น

• การทดลองที่ว่านี้ได้นำ แยมรสชาติต่างๆ ไปตั้งให้กลุ่มตัวอย่างที่เดินผ่านไปผ่านมาในซูเปอร์มาเก็ตลองชิม โดยแบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 2 กลุ่ม โดยทีมวิจัยได้นำแยม 6 ชนิด ไปตั้งไว้ให้กลุ่มแรกลองชิม ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งนั้นมีแยมให้เลือกถึง 24 ชนิด จากนั้นก็คอยนับจำนวนคนที่มาชิมแยม และคนที่ตัดสินใจซื้อแยมชนิดใดชนิดหนึ่งหลังจากชิมไปแล้ว

• จากจำนวนกลุ่มตัวอย่าง 242 คนในกลุ่มแรก และอีก 260 คนในกลุ่มที่สอง คณะวิจัยพบว่า ในโต๊ะที่มีแยมวางให้เลือกอยู่ 6 ชนิด มีผู้หยุดชิมแยมเพียงแค่ 40 เปอร์เซ็นต์ แต่ในโต๊ะที่มีแยมวางไว้อยู่ 24 ชนิดกลับมีคนราว 60 เปอร์เซ็นต์ ที่หยุดชิมแยม

คำตอบคือ ‘ค่าเสียโอกาส’ หรือ opportunity cost ที่หัวของเราคำนวณเอาเองเสร็จสรรพ ค่าเสียโอกาสที่ว่านี้ก็คือ ราคาของโอกาสที่เราจะเสียไปถ้าเลือกตัวเลือกหนึ่งและไม่เลือกอีกตัวเลือกหนึ่งที่ยิ่งเรามีตัวเลือกมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งตามมาด้วยความรู้สึกรักพี่เสียดายน้อง

• ลองมาดูจำนวนคนที่ตัดสินใจซื้อแยมกลับบ้านกันบ้าง 30 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มที่มีแยม 6 ชนิดเลือกซื้อแยมกลับไปกินต่อที่บ้าน แต่กลับมีเพียง 3 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มที่ได้ชิมแยม 24 ชนิดเท่านั้นที่ตัดสินใจจะซื้อแยมกลับไปกินต่อที่บ้าน

• สรุปผลการทดลองคร่าวๆ คนเรามักเมินเฉยเมื่อมีตัวเลือกให้เลือกน้อย แต่เวลาต้องตัดสินใจเลือกขึ้นมาจริงๆ คนที่มีตัวเลือกเยอะกลับตัดสินใจได้ไม่ดีเท่าคนที่มีตัวเลือกน้อย

• ทำไมสัดส่วนของคนชิมแยมกับคนที่ตัดสินใจซื้อแยมของทั้งสองกลุ่มถึงแตกต่างกันขนาดนั้น? คำตอบคือ ‘ค่าเสียโอกาส’ หรือ opportunity cost ที่หัวของเราคำนวณเอาเองเสร็จสรรพ ค่าเสียโอกาสที่ว่านี้ก็คือ ราคาของโอกาสที่เราจะเสียไปถ้าเลือกตัวเลือกหนึ่งและไม่เลือกอีกตัวเลือกหนึ่งที่ยิ่งเรามีตัวเลือกมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งตามมาด้วยความรู้สึกรักพี่เสียดายน้องที่จะไม่ได้เลือกอีกทางหนึ่งที่เหลืออยู่

ก่อนตัดสินใจเลือกครั้งต่อไป ลองจินตนาการถึงความเป็นไปได้ในทุกทาง ทีนี้จะได้ไม่ต้องมาซัฟเฟอร์เวลามองกลับไปยังอีกชอยส์ที่เราไม่ได้เลือกนั่นเอง

ILLUSTRATED BY Jida Leepaiboon
อ้างอิง
Iyengar, S.S. and Lepper, M.R., 2000. When choice is demotivating: Can one desire too much of a good thing?. Journal of personality and social psychology, 79(6), p.995.

https://en.wikipedia.org/wiki/The_Paradox_of_Choice

https://www.theatlantic.com/magazine/archive/2017/11/leonardo-da-vinci-mona-lisa-smile/540636/[/smlab_box]

Share Article

Leave a reply