เมื่อกระดาษโน๊ตขอบคุณเป็นอะไรได้มากกว่าที่คิด

ในหนึ่งวันคุณพูดคำขอบคุณวันละกี่ครั้ง หนึ่ง สอง สิบ หรือไม่เลย… การเอ่ยปากขอบคุณใครสักคนอาจยังอยู่ในระดับที่ทำง่าย แต่เมื่อใดก็ตามที่ต้องนั่งลงเขียนจดหมายเพื่อแสดงความขอบคุณเป็นลายลักษณ์อักษร เคยกันไหมที่เรามักรู้สึกเคอะเขิน จนปล่อยให้มันเป็นเรื่องที่คิดแบบเข้าข้างตัวเองว่าไม่ทำคงไม่เป็นไร

• แต่ผลการศึกษาล่าสุดจาก University of Chicago บอกว่า การแสดงความขอบคุณเป็นลายลักษณ์อักษรนั้น ผู้รับมักเห็นคุณค่าของมันมากกว่าที่เราคิด

• นักศึกษา 107 คนถูกขอให้ลองเขียนจดหมายขอบคุณถึงคนที่มีความหมายต่อพวกเขา และขอให้ทำแบบสอบถามก่อนส่งจดหมายเหล่านั้นไปยังผู้รับ ส่วนผู้รับจะได้รับแบบสอบถามตามไปอีก 2 วันหลังได้รับจดหมายแล้ว ทั้งผู้ส่งและผู้รับจะต้องประเมินหัวข้อเกี่ยวกับความประหลาดใจ เช่น ความประหลาดใจในการได้รับจดหมาย ความประหลาดใจต่อเนื้อหา ความประหลาดใจด้านอารมณ์ ความรู้สึกเคอะเขิน ตั้งแต่ระดับ 0-10

• ซึ่งผลที่ออกมาคือ ทั้งความประหลาดใจในการได้รับจดหมาย ความประหลาดใจต่อเนื้อหา และความประหลาดใจด้านอารมณ์ ผลประเมินของผู้ส่งนั้นต่ำกว่าของผู้รับแทบทั้งสิ้น—ที่น่าสนใจคือ มีหัวข้อเดียวเท่านั้นที่ผลประเมินของผู้รับน้อยกว่าผู้ส่ง นั่นคือระดับของความเคอะเขิน

ความสัมพันธ์ในเชิงบวกคือแหล่งที่มาอันทรงพลังของความเป็นอยู่ที่ดี และการสร้างความสัมพันธ์เหล่านั้นบางครั้งสามารถทำได้ด้วยอะไรเล็กๆ น้อยๆ ที่แทบจะไม่มีต้นทุน

• บทสรุปของการศึกษาครั้งนี้เต็มไปด้วยสุนทรียะเชิงกวี การเริ่มต้นขอบคุณใครสักคนนั้นอาจยากสำหรับบางคน แต่ถ้ามองว่ามันจะส่งผลในแง่บวกต่อโลกก็น่าจะลองดู ในเมื่อองค์ประกอบของโลกที่ดีกว่า คือการเพิ่มความรักที่ให้มากขึ้น “ความสัมพันธ์ในเชิงบวกคือแหล่งที่มาอันทรงพลังของความเป็นอยู่ที่ดี และการสร้างความสัมพันธ์เหล่านั้นบางครั้งสามารถทำได้ด้วยอะไรเล็กๆ น้อยๆ ที่แทบจะไม่มีต้นทุน อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์นั้นก็ร้องขอให้ผู้คนมีส่วนร่วมด้วยการลงมือทำอย่างแข็งขัน เช่น การแสดงออกถึงความรู้สึกซาบซึ้ง …มันอาจซื้อทุกอย่างไม่ได้ แต่มันซื้อใจผู้คนได้มากกว่าที่เราคิด”

ตั้งตัวตรง มองลึกเข้าไปในดวงตาของคนที่เราอยากขอบคุณ และพูดความจริง นั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของโลกที่ดีกว่า

ILLUSTRATED BY JIDA LEEPAIBOON

Share Article

Leave a reply