10 ถนนน่าเดินที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และทำให้ชีวิตดีขึ้น

ความแปลกของคำว่าถนนคือ มันมักมาในความหมายของ ‘สถานที่’ มากกว่า ‘ทางผ่าน’ เช่นหากเราพูดถึงถนนวิภาวดี เราจะเห็นถนนทอดยาวเป็นเส้นตัดกับสี่แยกลาดพร้าว สุทธิสาร หรือแยกบางเขน เพื่อจะดำเนินไปยังถนนอีกชื่อหนึ่ง

แต่หากพูดถึงถนนคนเดินในพัทยา เราจะเห็นร้านค้า ผับ บาร์ ต่างๆ ตลอดเส้น รวมไปถึงวัฒนธรรมความเป็นไปของสถานที่แห่งนั้นด้วย ถนนคนเดินจึงเป็นมากกว่าพื้นที่สัญจร แต่เป็นพื้นที่ ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ วัฒนธรรม สร้างชุมชน เชื่อมผู้คนในพื้นที่เข้าไว้ด้วยกัน และสำหรับถนนบางแห่ง มันยังเป็นสถานที่อันเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์การต่อสู้ทางการเมืองอีกด้วย…

• FRENCHMEN STREET – NEW ORLEANS, LOUISIANA

ถนนเฟรนช์แมนเป็นหนึ่งในถนนที่มีชื่อเสียงที่สุดของนิวออร์ลีนส์ โดยเฉพาะในเรื่องของเสียงดนตรี เพราะเป็นพื้นที่ที่เปิดให้นักดนตรีมาเสียบสายกีตาร์ ตั้งกลอง เแจมกันสดๆ ริมถนน เป็นศูนย์รวมของผู้คนในเมืองที่จะออกไปแฮงค์เอาต์ กิน ดื่ม เพราะนอกจากจะมีเสียงดนตรีบรรเลงอยู่ตลอด ถนนแห่งนี้ก็เต็มไปด้วยบาร์แจ๊ส ร้านค้า ร้านอาหาร และร้านหนังสือ โดยไฮไลท์ของถนนเฟรนช์แมนคือตลาดงานศิลปะที่ตั้งขายกันแบบเอาต์ดอร์ ซึ่งศิลปินทั้งหน้าเก่า-ใหม่ต่างจัดแสดงผลงานเพื่อจำหน่ายทั้งงานจิตรกรรม งานคราฟต์ และเครื่องประดับทำมือต่างๆ

• LA RAMBLA – BARCELONA, SPAIN

เมื่อพูดถึงเมืองที่มีการวางผังเมืองได้ยอดเยี่ยมที่สุด บาร์เซโลน่า ประเทศสเปน ย่อมเป็นพื้นที่แรกๆ ที่จะถูกพูดถึง โดยในเมืองอันสวยงามนี้มีถนนสายหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนแทบจะตลอดเวลา นั่นคือถนน ลา รัมบลา ที่ทั้งสองข้างทางตลอดถนนจะเรียงรายไปด้วยร้านรวงที่หลากหลาย นับตั้งแต่แผงลอยที่นั่งขายงานศิลปะ ร้านขายดอกไม้ ร้านกาแฟริมทาง ร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร รวมไปถึงมีนักแสดงเปิดหมวกคอยสร้างความบันเทิง นอกจากนี้ ลา รัมบลาก็ยังเป็นที่ตั้งของตลาดที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในบาร์เซโลน่าด้วย นั่นคือตลาดลาโบเกเรียที่เป็นศูนย์รวมอาหารมากมาย ทั้งทาปาส อาหารทะเลสด อาหารพื้นเมือง และขนมหวานหลายอย่าง

• BUCHANAN STREET – GLASGOW, SCOTLAND

ถนนบูแคนันคือถนนที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแบบวิกตอเรียน จากรูปแบบของสถาปัตยกรรมและการประดับประดาร้านค้าตลอดทาง ถนนแห่งนี้คือเส้นเลือดใหญ่ที่ขับเคลื่อนผู้คนในเมืองกลาสโกว์เลยทีเดียว โดยเป็นทางเท้าที่ใหญ่ที่สุดของเมือง เป็นที่ๆ ผู้คนออกมาพบปะสังสรรค์ ออกมาเดินเล่น แวะช็อปปิ้ง หรือทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย ในความยาวราว 800 เมตร แน่นขนัดไปด้วยร้านค้าเล็กๆ มากมาย โดยมีศูนย์กลางขนาดใหญ่ถึงสองแห่ง นอกจากนี้ยังมีแหล่งเรียนรู้อย่างห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ และศูนย์การออกแบบ

• Nyhavn – COPENHAGEN, DENMARK

ถนนที่ชื่อดูสับสนนี้ อ่านว่า นูฮาวน์ ซึ่งแปลว่า ท่าเรือแห่งใหม่ (New Harbour) สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1673 พร้อมๆ กับคลองที่ถูกขุดโดยนักโทษชาวสวีเดนที่ถูกจับมาในสงคราม—ในอดีตถนนแถบนี้ขึ้นชื่อด้านโลกีย์ด้วยการเป็นเมืองท่าที่มีโสเภณี เบียร์ และทหารเรือ แต่ในปัจจุบันนูฮาวน์เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ที่ออกมานั่งรับลมริมแม่น้ำ และยังล้างภาพในอดีตด้วยตึกอาคารสีสันสดใส จนถนนนูฮาวน์ได้ชื่อว่าเป็นพื้นที่ที่มีชีวิตชีวามากที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองโคเปนเฮเกน

• Acland Street – MelBourne, Australia

ถนนสายเล็กๆ ในเมลเบิร์นแห่งนี้ มีความน่ารักเฉพาะตัวในแบบออสเตรเลียน เอกลักษณ์ของถนนอัคแลนด์คือร้านค้าขนาดย่อมที่แทรกตัวอยู่ตามมุมต่างๆ ของขึ้นชื่อแถบนี้คือร้านขนมเก่าแก่หลายเจ้า แต่นอกจากจะเป็นที่หมายของผู้รักขนม นม เนย แล้ว ถนนสายนี้ยังเป็นที่ๆ ผู้คนสามารถออกไปผ่อนคลายอารมณ์ เดินเล่น พูดคุยปฏิสัมพันธ์กัน ซึ่งหากใครมีอารมณ์เพลิดเพลินอยากแวะนั่งพัก ก็มีคาเฟ่ริมทางมากมาย ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องละลานตาไปกับเหล่าเบเกอรี ขนมปัง เค้ก ที่หลบตัวอยู่หลังบานกระจกใส

• Stone Street – New York, USA

หลายพื้นที่ในสหรัฐอเมริกาไม่ได้อนุญาตให้ตั้งบาร์บนทางเท้าเพื่อมานั่งดื่มกันบนทางเท้าแบบเอาต์ดอร์ได้ แต่ถนนสโตนเป็นเพียงไม่กี่แห่งที่อนุญาตให้ทำเช่นนั้น ถนนแห่งนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าแหล่งรวมร้านอาหาร บาร์ และร้านค้าเอาต์ดอร์ เป็นจุดหมายปลายทางของคนที่อยากจะพักผ่อนจากย่านธุรกิจ เพื่อมาเสพความรื่นเริงตามโต๊ะอาหารที่เรียงรายบนถนน พื้นที่แห่งนี้จึงเป็นเหมือนโอเอซิสใจกลางแมนฮัตตัน ที่ดับกระหายผู้คนด้วยความครื้นเครงและอิ่มหนำ

• Art Street – Taichung, Taiwan

เห็นชื่อก็เข้าใจได้ไม่ยากว่าอาร์ตสตรีทแห่งนี้เกี่ยวพันกับสิ่งใดบ้าง ถนนแห่งศิลปะนี้ตั้งอยู่ข้างกับมหาวิทยาลัยด่งเฮ้ย (Dong Hai) ซึ่งไม่ใช่ถนนธรรมดาทั่วไป แต่เป็นต้นแบบของการสร้างพื้นที่สาธารณะให้เป็นมิตรต่อชุมชน อาร์ตสตรีทมีพื้นที่สำหรับการเดินเท้า และรายล้อมด้วยพื้นที่ให้เช่าราคาถูก ซึ่งดึงดูดศิลปินให้มาจับจองสร้างแกลลอรีแสดงงาน หรือทำสตูดิโอเล็กๆ เพื่อผลิตงานฝีมือ ถนนแห่งนี้มักจะคึกคักในวันอาทิตย์เป็นพื้นที่ตรงกลางที่รวบรวมคนทุกวัยให้มาพบปะกัน และบ่อยครั้งเหล่าพ่อค้าและศิลปินในพื้นที่ก็จะมีการจัดกิจกรรม อีเว้นท์ต่างๆ เพื่อส่งเสริมความเน้นเฟ้นในชุมชนและดึงดูดนักท่องเที่ยวจากที่ต่างๆ ให้เข้ามาสัมผัส

• Insadong – Seoul, South Korea

อาจเรียกถนนแห่งนี้ว่าเป็นหน้าตาของวัฒนธรรมเกาหลีเลยก็ได้ เพราะอินซาดงคือย่านเก่าแก่กลางกรุงโซลและเป็นถนนสายวัฒนธรรม ที่เต็มไปด้วยตรอก ซอก ซอย ที่จะให้นักท่องเที่ยวได้เดินสัมผัสกับบรรยากาศของประวัติศาสตร์ทั้งจากสิ่งปลูกสร้างและร้านค้า คาเฟ่ต่างๆ ซึ่งมีตั้งแต่ร้านแบบดั้งเดิมไปจนถึงร้านค้าร่วมสมัย นอกจากนี้ก็ยังเป็นแหล่งรวมศิลปะ เนื่องจากมีแกลลอรีมากมายถึงหลักร้อยแห่งเลยทีเดียว และในวันสำคัญต่างๆ บริเวณถนนแห่งนี้จะมีการแสดงขับร้อง ‘พันโซรี’ ซึ่งเป็นการแสดงพื้นเมืองของประเทศเกาหลีใต้ด้วย

• Istiklal avenue – Istanbul, Turkey

หากได้ผ่านไปแถวอิสตันบลู ถนนแห่งนี้คือ ‘The must’ ที่ไม่ควรมองข้ามไป แม้จะขึ้นชื่อในด้านความบันเทิงและเป็นแหล่งช็อปปิ้ง แต่ถนนแห่งนี้มีความหลากหลายและความสวยงามเฉพาะตัวในแบบโลกตะวันออกกลาง ถนนอีสติกลาว มีความหมายว่า ‘ถนนแห่งอิสรภาพ’ เป็นถนนคนเดินที่เต็มไปด้านสีสันตลอดระยะทางราว 1.6 กิโลเมตร ระหว่างทางเดินนั้นมีร้านค้าแทบทุกชนิด ร้านอาหาร คาเฟ่ หลากหลายรูปแบบ ทำให้ถนนสายนี้มีผู้มาเยือนไม่ขาดสาย จนถึงกับมีคำร่ำลือว่าผู้คนจำนวนหลักล้าน ได้เดินสวนกันบนถนนแห่งนี้ทุกวัน

• TIANZIFANG – SHANGHAI, CHINA

คงไม่มีใครปฏิเสธว่านครเซี่ยงไฮ้ในวันนี้คือหนึ่งในนครที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุดแห่งหนึ่ง แต่ขณะเดียวกันเมืองนี้ก็เป็นส่วนสำคัญของประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของจีนด้วย เถียนจึฝางคือย่านที่สวยงามแห่งหนึ่งของนครล้ำสมัยนี้ เป็นย่านร่วมสมัยที่มีกลิ่นอายของประวัติศาสตร์

ตามตรอกสลับซับซ้อนแฝงไว้ด้วยเสน่ห์ของของสถาปัตยกรรมซึ่งผสมผสานระหว่างสิ่งปลูกสร้างแบบเก่าและร่วมสมัยสลับกันไป ทำให้ย่านนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวและคนรักศิลปะให้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศ ระหว่างที่ลัดเลาะไปตามซอยเราสามารถพบห้องพัก บาร์ ร้านชา ร้านขายของทำมือ และแกลลอรีแสดงงานศิลปะ

ทำให้ย่านนี้เป็นพื้นที่สำคัญในการขับเคลื่อนชุมชนศิลปะในเซี่ยงไฮ้เลยทีเดียว

ILLUSTRATED BY NATTAPON KAIKEAW
อ้างอิง

Share Article

Leave a reply