เงิน 150 บาท สร้างสรรค์อะไรได้บ้าง เมื่อบุคคลจากอาชีพต่างๆ ช่วยเราคิด!

ใครๆ ก็มีเงิน 150 บาท  เงิน 150 บาทไม่ได้มีความน่าสนใจ แต่ถ้าบอกว่าเราจะโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของคุณให้เดือนละ 150 บาท นี่อาจเริ่มดึงความสนใจของคุณได้ ก็ใครล่ะจะไม่ชอบของฟรี

หลังการมาถึงของ Fintech ธนาคารเจ้าใหญ่ๆ หลายเจ้าจึงค่อยๆ ประนีประนอมและผ่อนปรนกับ ‘ค่าธรรมเนียม’ ในหลายๆ กรณี และนั่นอาจหมายถึงเงิน 100-200 บาทที่เพิ่มขึ้นในบัญชีของคุณต่อเดือน ถึงตรงนี้หลายคนอาจรู้สึกว่าเงินจำนวนนี้น้อยเกินกว่าจะเอาไปทำประโยชน์อะไรได้ แต่นั่นไม่ใกล้เคียงความจริงแม้แต่น้อย

เงิน เป็นความลื่นไหลอย่างหนึ่ง เพราะเนื้อแท้ของตัวมันเองมีความเป็นกลาง กล่าวคือ เงินสามารถนำไปแลกเป็นสินค้าหรือบริการอะไรก็ได้ คน 100 คน ก็เท่ากับ 100 วิธีใช้เงิน ความน่าสนใจจึงอยู่ที่ว่า ภายใต้วิธีคิดที่ของผู้คนที่เชี่ยวชาญในสาขาความรู้ที่ต่างกัน พวกเขาจะมีวิธีการบริหารจัดการเงินจำนวนน้อยนิดนั้นอย่างไร

• สายแฟชั่น – พรชนก ดิบดี – สไตล์ลิสต์

‘ลุค Blurberry’

ใครว่าแฟชั่นต้องแพง! ลืม Gucci Prada หรือ Louis Vuitton ไปได้เลย ในเมื่อโลกของการแต่งตัวนั้นกว้างไปกว่าแบรนด์หรูหราราคาแพงมากนัก แต่มันคือเรื่องของความสร้างสรรค์ ความมั่นใจ และการหยิบจับสิ่งที่เข้ากับตัวเองมาสวมใส่ พรชนกเล่าว่าลุคนี้ได้แรงบันดาลใจจากสตรีทแฟชั่นที่มีกระแส anti-fashion ในตอนนี้ ซึ่งเป็นแนวการแต่งตัวที่เน้นการล้อเลียน-ก็อปปี้เหล่าแบรนด์ไฮแฟชั่น

การแต่งตัวนั้นกว้างไปกว่าแบรนด์หรูหราราคาแพงมากนัก แต่มันคือเรื่องของความสร้างสรรค์

ตอนนี้ (สิงหาคม) ลายตารางของ Burberry กำลัง ‘มา’ ในกลุ่มสตรีทแฟชั่นและเป็นที่นิยมในหมู่คนคูล แต่เราเอามาแมทช์ให้มันไม่เท่ anti-fashion มากกว่าเดิม โดยการสวมเดรสลายตารางคู่กับคาร์ดิแกนโครเชต์สีขมพู ให้ออกมาเป็นลุคคุณยายหวานๆ และก็เพิ่มความสูงวัยอีกขั้นด้วยสร้อยไข่มุกจากสำเพ็ง ภาพรวมจึงออกมาดู เบลอๆ เด๋อๆ ดี

-หมวก – แฮปปี้แลนด์เซ็นเตอร์  – 50 บาท

-คาร์ดิแกนโครเชต์ – ชินจุกุ ศรีนครินทร์  3 ตัว – 100 = 33 บาท

-เดรส – มือสองจากงานการกุศล – 50 บาท

-สร้อยไข่มุก – สำเพ็ง – 10 บาท

รวม 143 บาท

• สายอาหาร- เชฟแวน เฉลิมพล โรหิตรัตนะ – เจ้าของร้าน DAG Bkk ร้านราบ และ Escapade

‘สูตว์น่องไก่’

“อย่างแรกคือต้องอิ่ม” พื้นฐานของอาหารมื้อหนึ่งคือวัตถุดิบ เชฟแวนพาแนะนำข้าวสารหอมมะลิอินทรีย์เป็นคาร์โบไฮเดรต หุงกินกันสองคนแบบข้าวพูนๆ คงใช้ไม่เกิน 2 ขีดครึ่ง ส่วนเนื้อสัตว์เชฟเลือกเป็นไก่ ซึ่งเป็นโปรตีนที่ถูกที่สุด กินกันหรูหน่อยใช้ส่วนน่องสัก 2 ชิ้น ตามด้วยผักอย่าง หอมใหญ่ แครอท และมะเขือเทศ สำหรับต้มซุป เรื่องเครื่องเคียงเชฟแวนแนะนำเป็นไข่เจียวสามฟอง กินกับพริกน้ำปลา เงินยังเหลือให้ไปซื้อกระเจี๊ยบแห้งมาต้มน้ำกระเจี๊ยบอีกด้วย

อย่างแรกคือต้องอิ่ม

ขั้นตอนการทำสูตว์ไก่ เริ่มจากนำเนื้อไก่มาทอดในกระทะเพื่อให้มีสีสันน่ากินก่อน จากนั้นจึงนำหอมใหญ่ แครอท และมะเขือเทศหั่นเต๋าลงไปผัดต่อ จนเมื่อผักเริ่มส่งกลิ่นหอมและมีสีสันเกรียมขึ้นเล็กน้อยแล้ว อาจมีการปรุงรสเบื้องต้นก่อนเคี่ยววัตถุดิบ จากนั้นก็วางไก่ที่ทอดแล้วลงไป ตามด้วยน้ำ (หากเป็นน้ำสต็อกไก่ก็ยิ่งดี) จนปริ่มน่องไก่ แล้วก็รอให้เวลาทำงานของมัน ระหว่างนี้จะหุงข้าว ทอดไข่เจียวรอ หรือต้มน้ำกระเจี๊ยบ ก็สามารถทำได้ตามศรัทธา ราวชั่วโมงเนื้อไก่นุ่ม

-ข้าวสาร 2 ขีดครึ่ง – 15 บาท

-น่องไก่ 2 ชิ้น – 40 บาท

-ผัก (หอมใหญ่ แครอท มะเขือเทศ) –  50 บาท

-ไข่ออร์แกนิก 3 ฟอง – 18 บาท

-พริกขี้หนู – 5 บาท

-กระเจี๊ยบแห้ง – 20 บาท

รวม 148 บาท

• สายท่องเที่ยว – เบนซ์ ธนชาติ ศิริภัทราชัย – เจ้าของหนังสือ New York 1st Time

‘กรุงเทพ’

เบนซ์เลือกที่จะเที่ยวในกรุงเทพฯ โดยเริ่มจากล่องเรือไปตามสายน้ำของเจ้าพระยา แต่ต้องเฉพาะเรือท่องเที่ยวเจ้าพระยา (ธงฟ้า) เท่านั้น เพราะเป็นเรือที่ล่องไปตามแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ท่าสาธรไปจนถึงท่าพระอาทิตย์ซึ่งจะผ่านสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ของกรุงเทพฯ โดยจะมีไกด์คอยให้ข้อมูลอยู่บริเวณหัวเรือ ซึ่งตั๋ววันของเรือด่วนธงฟ้านี้มีราคา 50 บาท ต่อเที่ยว

ถ้าใครรู้สึกแฮปปี้กับชีวิตเกินไป ให้ลองไปสวนสัตว์พาต้า

ขึ้นมาจากท่าพระอาทิตย์ก็เดินเล่นถ่ายรูปเมืองเก่าตามเส้นทางที่จะตรงไปยังห้องสมุดแห่งใหม่ของแบงก์ชาติบริเวณตีนสะพานพระราม 8 ที่มีวิวเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้อดีตโรงพิมพ์ธนบัตรอายุกว่า 50 ปีแห่งนี้เป็นพื้นที่ทำงาน พักผ่อน นั่งอ่านหนังสือได้อย่างสบายใจสบายตา นอกจากนี้ก็มีนิทรรศการให้ความรู้จัดอยู่เนืองๆ ด้วย

“แต่ถ้าใครรู้สึกแฮปปี้กับชีวิตเกินไป ให้ลองไปสวนสัตว์พาต้า” จากใต้สะพานพระราม 8 ขึ้นแท็กซี่ไปพาต้า เพื่อไปชมความเศร้าแห่งฝั่งธน ณ สวนสัตว์พาต้า ที่นั่นเราจะได้พบกับสัตว์หลากชนิด ซึ่งมีตัวละครหลักเป็นคิงคองที่ใช้ชีวิตอย่างน่าเศร้า ในกรงเล็กๆ แววตาเหม่อลอยเหมือนจะฝันถึงอิสระที่ไม่มีจริง เมื่อเราได้เห็นแล้วคงสามารถปลงกับชีวิตได้มากขึ้นอีกหลายระดับ

-เรือท่องเที่ยวเจ้าพระยา – 50 บาท

-แท็กซี่ – 50 บาท

-ค่าเข้าสวนสัตว์ – 80 บาท

รวม 180 บาท (เกินงบ 30 บาท)

• สายการเงิน – ปริญญ์ พานิชภักดิ์- กรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์ CLSA ประเทศไทย

‘กองทุน’

การลงทุนเพื่อทำให้เงินงอกเงยนั้นมีมากมายหลายวิธี บางคนอาจเลือกที่จะลงทุนกับล็อตเตอร์รี่ บางคนเลือกพันธบัตรรัฐบาล หรือบางคนซื้อเหรียญบิตคอยน์ ปริญญ์จึงย้ำว่า รูปแบบการลงทุนของแต่ละคนนั้นขึ้นอยู่กับความพึงพอใจ และภาระใช้จ่ายทางการเงินของบุคคลนั้น

รูปแบบการลงทุนของแต่ละคนนั้นขึ้นอยู่กับความพึงพอใจ และภาระใช้จ่ายทางการเงินของบุคคลนั้น

แต่สำหรับมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ การลงทุนในหุ้นก็ถือเป็นแนวทางที่น่าสนใจหากสามารถรับความเสี่ยงได้ คิดกันเล่นๆ ในเชิงไอเดีย หากเราลงทุนในกองทุนหุ้น Set 50 สักตัวหนึ่งทุกเดือน เดือนละ 150 บาทเป็นระยะเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2560 จนถึงวันที่ 1 สิงหาคม 2561 (13 เดือน) เราจะได้รับผลตอบแทนราว 3.77 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นเงินประมาณ 73 บาท (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยของระยะเวลา และการเลือกซื้อกองทุนด้วย) แม้ดูเป็นเงินไม่มากนัก แต่ก็นับว่าสูงกว่าการนำเงินไปฝากธนาคารที่ได้ดอกเบี้ยปีละประมาณ 1.5 เปอร์เซ็นต่อปีเป็นไหนๆ

-ซื้อกองทุน – 150 บาท / เดือน
หนึ่งปีรวม 1,800 บาท

• สายการเกษตร – วรางคนางค์ นิ้มหัตถา -หัวหน้าโครงการสวนผักคนเมือง

‘ปลูกผัก’

ประเด็นการปลูกผักไม่ใช่ต้นทุนเรื่องเงินๆ ทองๆ แต่เป็นเรื่องของการจัดการและให้เวลากับมัน “กินอะไร ก็เลือกปลูกอันนั้น” วรางคนางค์ หัวหน้าโครงการสวนผักคนเมืองแนะนำเรียบง่าย ถ้าชอบกินสลัดก็หาผักสลัดมาปลูก 45-60 วันก็สามารถเก็บกินได้แล้ว แต่ควรเลือกใช้เมล็ดพันธุ์อินทรีย์เพราะเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ได้อาบยาหรือตัดแต่งพันธุกรรมมา ซึ่งจะทำให้สามารถเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์รุ่นต่อไปมาใช้ได้เรื่อยๆ

การทำสวนในบ้านใช้เงินลงทุนไม่เยอะ แต่ต้องลงทุนเรื่องเวลาและความใส่ใจ

อีกส่วนหนึ่งคือวัสดุปลูก วรางคนางค์ บอกเล่าวิธีการทำปุ๋ยอย่างง่ายๆ ที่สามารถทำได้เองในครัวเรือน เริ่มจากดินราคา 100 บาท ได้มาราว 7 ถุง เลือกใช้แค่ทีละหนึ่งถุง เพื่อนำไปผสมกับปุ๋ยคอก และเศษอาหารสดที่เหลือจากในครัว นำสามสิ่งนี้มาหมักด้วยกันในสัดส่วน 1-1-1 เคล็ดลับคือใส่น้ำตาลลงไปสักหนึ่งช้อนเพื่อช่วยในกระบวนการย่อยสลาย ราว 15-30 วันก็เอาไปใช้ได้ทันที

“การทำสวนในบ้านใช้เงินลงทุนไม่เยอะ แต่ต้องลงทุนเรื่องเวลาและความใส่ใจ เงิน 150 บาท อันที่จริงสามารถสร้างความมั่นคงได้ตลอดชีวิต ปลูก กิน และเก็บเกี่ยวเมล็ดพันธุ์”

-เมล็ดพันธุ์ – 30 บาท

-ดิน 1 ถุง – 15 บาท

-ปุ๋ยคอก 1 ถุง – 20 บาท

รวม 65 บาท (ต่ำกว่างบ 85 บาท)

ILLUSTRATED BY NATTAPON KAIKEAW

Share Article

Leave a reply