10 ขั้นตอนรักษาสุขภาพจิตในที่ทำงาน

เครียด! เหนื่อย! ปวดหัว! — จำนวนงานที่หนักเกินทน เดตไลน์ที่แสนเซอร์เรียลจนทำให้เราต้องรีบเร่ง ความกดดันและการถูกรายล้อมด้วยภาวะการเมืองในองค์กร เหล่านี้คือปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้เราในฐานะคนทำงานเกิดความเครียด ซึ่งมักส่งผลต่อสุขภาพของจิตใจ — 65% ของคนทำงานบอกว่า ความเครียดในที่ทำงานได้สร้างความยากลำบากให้พวกเขา มากถึง 10% บอกว่า มันส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพจิต

• แต่ในเมื่อเรายังต้องทำงาน เงินยังคือทุกอย่างในชีวิต ปัจจัยภายนอกที่กล่าวไปข้างต้นก็ควบคุมไม่ได้ คำถามคือ เราจะดีลกับภาวะเหล่านี้เพื่อรักษาสุขภาพจิตของตัวเองให้แข็งแรงได้อย่างไร Michael Gearon ได้เสนอขั้นตอนรักษาสุขภาพจิตในที่ทำงาน ไว้ในนิตยสาร net ฉบับที่ 310 และมันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะไม่ลองทำตามดู

1. ‘เปิดใจ’ — Gearon บอกว่า สิ่งแรกที่เราทำได้คือการเริ่มต้นพูดคุย แต่มันก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของความสบายใจของคุณเอง เช่น การพูดคุยกับครอบครัว เพื่อนร่วมงาน เพราะนี่คือผู้คนที่เราใช้เวลาร่วมกับพวกเขามากที่สุด ซึ่งการพูดคุยนี้จะช่วยทำให้เราเข้าใจสิ่งที่เรากำลังพยายามผ่านมันไปด้วยกันมากขึ้น จงจำไว้ว่า คุณไม่ได้กำลังเดินอยู่เพียงลำพัง

2. ‘ให้ความสำคัญกับการนอน’ — ความอ่อนเพลียคือปัจจัยหลักที่มักส่งกระทบต่อความคิดสร้างสรรค์และ productivity ของเรา การทำงานหามรุ่งหามค่ำไม่ใช่ค่านิยมแสนเท่แห่งยุคสมัย สุขภาพของเราต่างหากที่สำคัญ

3. ‘ให้เวลากับสิ่งอื่นบ้าง’ — ทำให้ตัวเองแน่ใจเสมอว่า เรามีช่วงเวลาแห่งความผ่อนคลาย ไม่ใช่แค่การไถนิ้วไปบนหน้าจอกสมาร์ตโฟนเท่านั้น แต่จงหากิจกรรมเล็กๆ ที่ได้ใช้ร่างกายของตัวเองจริงๆ ทำเสียบ้าง เช่น การตัดหญ้า ถอนวัชพืชในกระถางต้นไม้ ทำความสะอาด ซ่อมของใช้ที่ชำรุด

4. ‘โฟกัสแค่หนึ่งสิ่ง’ — อย่าทำประหนึ่งว่าคุณต้องจัดการกับปัญหาทุกอย่างในคราวเดียว จัดหมวดหมู่ แบ่งความสำคัญของงานที่ต้องทำ และตะลุยทำมันให้เสร็จทีละอย่าง ‘ตั้งสมาธิ’ อย่างจริงจัง อย่าลน !

5. ‘จำไว้เสมอว่าเราไม่ได้เป็นอมตะ’ —  กล้าที่จะพูดคุยกับคน หรือทีมที่ดูแลเกี่ยวกับสวัสดิการของคุณในที่ทำงาน ถ้าคุณต้องการวันหยุดเพื่อดูแลสุขภาพจิต หรือสุขภาพกาย การป่วยไข้ไม่ใช่เรื่องน่าอาย

ดูเหมือนการทำงานล่วงเวลานั้นจะเป็นค่านิยมยอดฮิต แต่แท้จริงแล้วมันไม่ควรเป็นแบบนั้น Gearon บอกว่า ยิ่งเราใช้เวลาเยอะเท่าไหร่ ปัญหาก็จะเพิ่มขึ้นเยอะเท่านั้น ดังนั้น เราควรจะมีช่วงเวลาได้เดินเตร็ดเตร่ในช่วงพักเที่ยง หรือทำอะไรนอกจอคอมพิวเตอร์เสียบ้าง

6. ‘เบรกระหว่างวัน’ — ดูเหมือนการทำงานล่วงเวลานั้นจะเป็นค่านิยมยอดฮิต แต่แท้จริงแล้วมันไม่ควรเป็นแบบนั้น Gearon บอกว่า ยิ่งเราใช้เวลาเยอะเท่าไหร่ ปัญหาก็จะเพิ่มขึ้นเยอะเท่านั้น ดังนั้น เราควรจะมีช่วงเวลาได้เดินเตร็ดเตร่ในช่วงพักเที่ยง หรือทำอะไรนอกจอคอมพิวเตอร์เสียบ้าง เพราะนั่นจะช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ของเราได้

7. ‘ใจเย็นลงหน่อยเวลาเดินทาง’ — การเดินทางมาทำงานในสภาพการจราจรพังพินาศนั้นแน่นอนว่าเป็นเหตุผลสำคัญของภาวะความเครียด ในเมื่อมันไม่อาจแก้ไขได้ในเร็ววัน สิ่งที่ทำได้คือพยายามใจเย็นลง ฟังเพลงเพราะๆ สักหลายๆ เพลง หรือเปิดพอดแคสต์ในเรื่องที่คุณสนใจฟังเพื่อเพิ่มอินพุต

8. ‘ตามระดับความเครียดให้ทัน’ — จดบันทึกเหตุการณ์ที่เป็นสาเหตุของความเครียด และวิธีการที่คุณโต้ตอบกับมัน หลักการคือการตระหนักถึงสภาวะความเครียดของตัวเอง รับรู้และเท่าทันว่าทำไมมันจึงทำให้คุณมองโลกในแง่ลบ

9.‘อย่าให้ความป่วยไข้จำกัดกรอบของเรา’ — แม้เราจำเป็นต้องดูแลสุขภาพ แต่หากคุณกำลังป่วยไข้ อย่าปล่อยให้มันเป็น ‘ข้อแม้’ ในการไม่ลงมือทำอะไร จงเอาชนะมันให้ได้ ความป่วยไข้ไม่ใช่เครื่องกีดขวางความทะเยอะทะยาน หรือความปรารถนาที่จะประสบความสำเร็จ

10. ‘โฟกัสในสิ่งที่จะส่งอิทธิพลในแง่บวก’ — เมื่อไหร่ก็ตามที่เราโฟกัสที่สุขภาพของตัวเองเป็นลำดับแรก การทำงานของเราก็จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพตามมา เช่นเดียวกับเรื่องอื่นๆ การทำงานแม้กระทั่งวันหยุดสุดสัปดาห์ ไม่ได้หมายความว่ามันจะนำมาซึ่งความสำเร็จเสมอไป สิ่งที่ควรสนใจจริงๆ ก็คือการโฟกัสไปยังสิ่งที่มีอิทธิพลในแง่บวกต่อตัวคุณเอง

Share Article

Leave a reply