ฟอนต์ไทยน่าสนใจ แนะนำโดย ‘คัดสรร ดีมาก’

เป็นเหมือนกันไหม เวลาออกแบบอาร์ตเวิร์ก ทำสไลด์ พิมพ์งาน หรือแม้แต่จะแต่งรูปลงไอจี บางทีก็คิดเยอะว่าจะใช้ฟอนต์ไหนถึงจะดี แบบไหนที่จะสวยและอ่านง่าย อยากได้ฟอนต์ภาษาไทยด้วยอะ

จริงๆ ตอนนี้ก็มีฟอนต์ไทยให้เลือกใช้กันหลากหลาย (ทั้งฟรีและน่าอุดหนุน) แต่พอยิ่งมีทางเลือกมาก ก็กลายเป็นว่าไม่รู้จะเลือกทางไหนอีก เราเลยชวน ‘สมิชฌน์ สมันเลาะ’ นักออกแบบตัวอักษรจาก ‘คัดสรร ดีมาก’ มาแนะนำ 5 ฟอนต์ไทยที่น่าสนใจ เผื่อจะเป็นทางเลือกให้กับใครที่อยากใช้ฟอนต์ไทยในการออกแบบ

• ทองหล่อ(Thonglor)

“สมัยก่อน ตัวอักษรไทยที่มีหัวกลมจะเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวตั้ง คือผอมและสูง สาเหตุมาจากการประหยัดพื้นที่และหมึกในการพิมพ์ แต่ตอนนี้ฟอนต์มีความเป็นครอบครัวใหญ่ (Big Family) มากขึ้น มีน้ำหนักมากกว่าแค่บาง กลาง หนา ตัวอักษรแบบเดิมไม่สามารถทำให้หนามากๆ ได้ เพราะมีหัวจะมีไส้ข้างใน

“ ‘ทองหล่อ’ เป็นตัวอักษรมีหัวตัวแรกๆ ที่ทำออกมาแล้วเป็นตัวกว้าง มีพื้นที่ในการขยายหัวข้างในให้หนาขึ้นได้ตามเส้นข้างนอก ทำให้ผลักน้ำหนักได้หนาถึงระดับ Super Black แล้วยังเป็นตัวอักษรที่เปลี่ยนวิธีคิดด้วย เพราะปกติตัวอักษรไทยที่คุ้นตา จะมีลักษณะการเดินเส้นเหมือนเป็นเส้นลายมือ คือเป็นเส้นที่ต่อเนื่อง แต่ ‘ทองหล่อ’ จะมีวิธีเแบบแยกชิ้น (Modular)

“แล้วมันก็ยึดโยงกับตัวคอนเซ็ปต์ของย่านทองหล่อ ซึ่งก็คือ ‘shortcut’ หรือทางลัด ที่เชื่อมระหว่างสุขุมวิทและเพชรบุรีด้วย ถ้าเราเขียนตามฟอนต์แบบทองหล่อ เราจะพบว่าเราเขียนได้เร็วขึ้น เพราะว่าเรายกมือ แทนที่จะลากยาวไปจนสุด ‘ทองหล่อ’ ก็เลยเป็น ‘shortcut’ ในการลากเส้นไปด้วย”

• สุขุมวิทตัดใหม่ (Sukhumvit Tadmai)

“ฟอนต์นี้นับว่าเป็นจุดเปลี่ยนของวงการออกแบบ Custom Font ในไทย ความพิเศษของตัวสุขุมวิท คือตัว ห.หีบ ที่เป็นขาเฉียง ตอนนั้นที่เริ่มใช้ก็มีข้อโต้แย้งเยอะเหมือนกันว่า ห.หีบ จะเป็นแบบนี้ไม่ได้ มันผิด มันอ่านยาก เพราะส่วนใหญ่แล้วตัวอักษรไทย ขาจะเป็นเส้นตรง แต่ตัวอักษรของ ‘สุขุมวิท’ เป็นขาเฉียง เพราะต้องการใส่ลักษณะของตัวละตินอย่างเช่นตัว R เพื่อสร้างอัตลักษณ์ในการจดจำ รวมถึงเพิ่มความเป็นไปได้ในการออกแบบ

“ ‘สุขุมวิท’ เลยเป็นเหมือนการทดลองอะไรบางอย่างที่ทำให้ตัวอักษรไทยแตกต่างไปจากเดิม เพิ่มมิติทางการออกแบบให้มากขึ้น จากที่ทุกคนปฏิเสธมันในตอนแรก ก็มีหลายๆ ค่ายทำ ห.หีบ เส้นเฉียงตามมาเหมือนกัน”

• แกร็บ(Grab)

“ชอบตัวนี้เพราะเป็นฟอนต์ที่อยู่ในชีวิตประจำวันของคน พอมันอยู่ใกล้คน ก็ถูกใช้งานและมองเห็นอยู่ตลอดเวลา มันก็เลยไม่ต้องพิเศษมาก แต่ในความไม่พิเศษ ก็มีความน่าจดจำอยู่

“ ‘แกร็บ’ นี่เป็นฟอนต์ที่มีรากฐานมาจากตัวละติน ที่เรียกว่า ‘Sanomat’ ซึ่งมีรูปทรงของความเป็น Humanist อยู่ ตอนแรกที่เห็นอาจจะดูว่าล้าสมัย แต่พอดูไปเรื่อยๆ มันก็มีเสน่ห์ดี แล้วมันก็เป็นหนึ่งในตัวอักษรภาษาไทยที่คิดขึ้นมาเพื่อใช้ในหน้าจอขนาดเล็กอย่างมือถือ ก็มีการทดสอบมาแล้วว่าอ่านง่ายจริงๆ”

• ประชารัฐ

“สำหรับผม ‘ประชารัฐ’ เป็นฟอนต์ที่น่าสนใจ แม้ว่าเป็นตัวอักษรที่ไม่ได้ถูกออกแบบหน้าตาใหม่ มันเป็นตัว Monotype ในสมัยก่อนที่ออกแบบมาใช้กับเครื่องพิมพ์ แล้วคัดสรรก็เอามาวาดเส้นใหม่เพื่อเป็นไฟล์ดิจิทัล

“ผมชอบตัว Monotype ตรงที่หัวจะไม่เป็นทรงกลม แต่เป็นเหมือนมูนเค้ก คือเป็นสี่เหลี่ยมขอบมน ทำให้เวลาใช้งาน จะมีพื้นที่ข้างในมากขึ้น หัวตัวอักษรไม่ตันก็จะเห็นชัด ทำให้เพิ่มความสามารถในการอ่าน (Legability) สูง

“ ‘ประชารัฐ’ นี่ยังเป็นฟอนต์ที่อยู่ในแบบเรียน มานะ มานี เป็นฟอนต์ที่ไทยวัฒนาพานิชเอามาใช้พิมพ์แบบเรียน เราก็เลยรู้สึกว่ามันเป็นมิตรกับเรา เพราะเราใช้มันมาตลอด”

• อนุภาค (Anupark)

“เป็นฟอนต์ที่ขยายน้ำหนักมาจาก ‘อนุภาพ’ (Aunparp) ตั้งต้นมาจากฟอนต์ทองหล่อ (Thonglor) และได้รับแรงบันดาลใจมาจากฟอนต์ชวนพิมพ์ (ChuanPim) แต่ตัวอักษรจะกว้างขึ้น และหัวโตขึ้น ทำให้อ่านง่าย ซึ่ง ‘อนุภาค’ นี่จริงๆ ก็คล้ายกับประชารัฐ แต่จะดูทันสมัยกว่า

“อีกอย่างที่น่าสนใจคือ เป็นฟอนต์ตัวแรกๆ ที่ ฬ.จุฬา ถูกลดทอนรายละเอียด (simplified) เป็นเส้น แต่ทุกคนไม่รู้สึกว่ามันหายไปไหน รวมถึงเป็นฟอนต์ที่เล่นกับตัวหัวแตกอย่าง ซ.โซ่ หรือ ฑ.มณโฑ ที่ลดทอนรูปแบบนิดเดียว ด้วยการม้วนกลับด้าน ก็ทำให้ประหยัดเส้น มีพื้นที่ว่างเยอะขึ้น ทำให้จัดการพื้นที่หรือช่องไฟได้ง่ายขึ้น ฟอนต์นี้ก็เลยสร้างมิติใหม่ของการออกแบบตัวอักษรที่มี

Share Article

Leave a reply