เล่าเรื่องแบบไหนให้หลอน 6 ขั้นตอนกระตุกประสาทแบบซีรีส์ The Haunting of Hill House

ฮัลโหลวันฮาโลวีน! คืนนี้แต่งตัวแบบไหนออกไป Trick or Treat กันบ้าง จะแปลงร่างเป็นผีหญิงสาวคอหัก หรือผีคุณยายสุดเฮี้ยนอย่างในซีรีส์ที่เน็ตฟลิกซ์พยายามแนะนำให้ดูเหลือเกินในช่วงนี้อย่าง ‘The Haunting of Hill House’

 

ศาสตร์แห่งความสยองนั้น ไม่ได้มีแค่เรื่องของเสื้อผ้าหน้าผมที่สามารถทำให้ผู้คนหวาดกลัวเท่านั้น ความน่ากลัวของซีรีส์เรื่องนี้ ยังรวมไปถึงเรื่องราวดราม่าระหว่างครอบครัวและสิ่งที่รายล้อมอยู่รอบๆ ตัวละคร และวิธีการเล่าเรื่องหลอนๆ เหล่านี้ ก็อาจจะเป็นที่คุ้นเคยสำหรับคอหนังผี ที่ผ่านเรื่องอื่นๆ มาหลายเรื่องแล้ว

หมายเหตุ : บทความอาจมีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของซีรีส์

 

1. แสงกระพริบติดๆดับๆ และความมืด

ความรู้สึกหวาดกลัวนั้นอยู่ในสัญชาตญาณของเราลึกลงไปถึงระดับยีน เพราะมันคือสัญญาณเตือนในการเอาชีวิตรอดในสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ และหนึ่งในสัญชาตญาณของมนุษย์ที่ไวเอามากๆ นั่นคือเรื่องแสงและความมืด

Mike Flanagan ผู้กำกับ The Haunting of Hill House อธิบายว่าการมองผ่านความมืดเป็นสิ่งท้าทาย จริงๆ แล้วเราซ่อนพวกผีให้มองเห็นได้ไม่ยากนักในส่วนลึกของฉากหลัง เราไม่ได้เรียกร้องความสนใจให้พวกผี แต่พวกเขาอยู่ตรงนั้น ถ้าคุณมองไปยังบานประตู หรือใต้เปียโน หรือหลังม่าน ในฉากแสนธรรมดาจำนวนมาก คุณจะเห็นใครบางคนอยู่ตรงนั้น

หลายฉากใน The Haunting of Hill House เราจะเห็นแสงไฟที่ถูกทำให้ติดๆ ดับๆ อย่างจงใจ นั่นก็เพราะมันมักกระตุ้นให้มนุษย์รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล ส่งผลให้กล้ามเนื้องเกร็ง หัวใจเต้นแรง ความดันโลหิตสูงขึ้นตามกลไกการเอาชีวิตรอด

 

2. เสียงลั่น ตุ้งแช่!

เสียงคือเทคนิคสุดคลาสสิกที่หนังสยองขวัญมักนำมาใช้ จนกระทั่งกลาย genre เล่นๆ ที่ผู้คนเรียกกันติดปากว่าหนังผีตุ้งแช่แม้ซีซั่นแรกของ The Haunting of Hill House จะถูกสร้างในปี 2018 แต่เทคนิคชั้นครูอย่างเรื่องเสียงนี้ก็ยังถูกนำมาใช้อย่างได้ผล เพราะเสียงโครม! ปัง! ที่อยู่ๆ ก็ดังขึ้นมาทำให้เราสะดุ้งโหยงนั้น ทำงานกับระบบประสาทของเราโดยตรง ทำให้เราตื่นตัว พร้อมหาทางหนีทีไล่ นี่คือสัญชาตญาณที่เป็นมรดกตกทอดของยุคหิน ในสมัยที่เราต้องคอยเงี่ยหูฟังเสียงขู่คำรามของนักล่าต่างเผ่าพันธุ์นั่นเอง

 

3. กลิ่นเหม็นคลุ้ง

กลิ่นใดๆ ก็ตาม สามารถสร้างภาพให้เกิดขึ้นได้ในหัวของเรา กลิ่นที่คุ้นเคยทำให้เราคิดไปถึงเรื่องราวในอดีต และกลิ่นเหม็นเหมือนซากศพ หรือแม้กระทั่งกลิ่นธูป หรือกลิ่นพิธีในศาสนาก็มักทำให้เรานึกถึงเรื่องราวลี้ลับที่ทำให้ชวนขนลุกได้เสมอ เพราะสัญชาตญาณนี้แม้เราไม่เคยสัมผัสโดยตรงแต่มันได้ถูกส่งทอดมาในระดับดีเอ็นเอจากรุ่นปู่ย่า ใน The Haunting of Hill House เราจะเห็นได้หลากฉากทีเดียวที่ตัวละครพูดถึงการได้กลิ่นเหม็นอันไม่ชอบมาพากล

 

4. พี่ชายฉันหนาว

ในวัยเด็กตัวละครอย่าง Theo จะรู้สึกหนาวอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าเธอจะเดินไปมุมไหนของบ้าน ความหนาวยะเยือกนี้มักถูกนำไปเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ชวนขนหัวลุกอยู่เสมอ เพราะภาวะขนลุกที่เรามักคิดว่า เรากำลังโดนภูติผีกลั่นแกล้งนั้น จริงๆ แล้วมีที่มาจากการทำงานของระบบในร่างกาย ที่เมื่อใดก็ตามที่อุณหภูมิลดลง ร่างกายของเราจะพยายามรักษาอุณหภูมิให้คงที่ด้วยการปิดต่อมเหงื่อและสั่นกล้ามเนื้อนั่นเอง

 

5. เพียงสัมผัสอย่างแผ่วเบา

เวลาโดนใครสักคนลูบไล้แขนแล้วทำให้เราขนลุก สัมผัสเบาๆ แบบนั้นมักทำให้เรารู้สึกหวาดกลัวได้ง่ายๆ ถ้ากำลังตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายและไม่น่าไว้วางใจ โดยเฉพาะอวัยวะที่อ่อนไหวอย่างมือ เพราะมันมีประสาทสัมผัสมากกว่า 100,000 จุด

 

6. แบ็กกราวด์และอารมณ์อันอ่อนไหว

Mike Flanagan เล่าว่า ผมรู้สึกว่าเมื่อเราพูดถึงคนที่ถูกผีสิง ผีตัวนั้นจะดูน่าเบื่อถ้ามันไม่พุ่งตรงเข้าหาประสบการณ์ อารมณ์ หรือบางอย่างที่เป็นเนื้อแท้ของตัวละครเขาพยายามใส่แบ็กกราวด์และอารมณ์อันน่าอึดอัดให้แก่ตัวละครแต่ละตัวในซีรีส์เรื่องนี้ ไม่เว้นแม้กระทั่งผี

ความน่ากลัวนั้น สุดท้ายแล้วเป็นศาสตร์ของการเล่าเรื่อง มากกว่าน่าตาเหวอะหวะเน่าหนอนของผีตัวใดตัวหนึ่งเราทุกคนต่างถูกสิงในฐานะมนุษย์ และนั่นคือสิ่งที่ผมคิดว่าจะสามารถทำให้มันน่าสนใจได้ เพราะการโผล่ขึ้นมาของผีที่ทำให้ผู้คนหวาดกลัวนั้นสามารถกระตุกต่อมประสาทได้แค่ครั้งสองครั้งเท่านั้นแหละ

ILLUSTRATED BY NATTAPON KAIKEAW

Share Article

Leave a reply