10 สถาปัตยกรรมรอบโลกของ Zaha Hadid ที่ขับเคลื่อนและเชื่อมต่อผู้คน

มีไม่กี่อาชีพนักที่จะสร้างอิทธิพลต่อผู้คนได้ในปริมาณมหาศาล สถาปนิกเป็นหนึ่งในนั้น ‘ราชินีแห่งความโค้งเว้า’ Zaha Hadid คงจะทำให้เราเห็นภาพได้ดีที่สุด ผลงาน 950 โปรเจ็กต์ใน 44 ประเทศทั่วโลกจากบริษัท Zaha Hadid Architects ที่เธอเป็นผู้ก่อตั้งได้พิสูจน์ตัวเองอย่างมากมาย นิตยสาร Time เคยจัดอันดับให้เธอเป็นหนึ่งในนักคิดผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกประจำปี 2010

 

ขณะเดียวกับที่เธอทำงาน Zaha ต้องเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ รอบโลก เรียนรู้พื้นที่ทั้งในด้านรูปธรรมและนามธรรม ทำความเข้าใจบริบททั้งประวัติศาสตร์และร่วมสมัย เพื่อจะทำให้สถาปัตยกรรมของเธอสามารถขับเคลื่อนและจุดประกายผู้คน “สถาปัตยกรรมสำหรับฉัน ไม่ใช่สื่อสำหรับการแสดงออกถึงตัวตน” เธอเคยกล่าวไว้ในบทสัมภาษณ์ชิ้นหนึ่ง “สถาปัตยกรรมควรมีส่วนช่วยในการพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิต ทั้งต่อส่วนรวมและปัจเจก”

และนี่คือ 10 ผลงานของเธอที่กระจายตัวอยู่ทั่วโลก

 

• The Riverside Museum, Glasgow, Scotland

อาคารหน้าตาเหมือนชีพจรแห่งนี้คือพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ของระบบขนส่งในกลาสโกว์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอันดับสี่ของสกอตแลนด์ ด้วยจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมกว่า 1 ล้านคน ในปี 2017 Zaha ออกแบบพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ให้เชื่อมกับบริบทของพื้นที่ นั่นคือแม่น้ำเครส์ และใส่สัญญะของความเป็นของเหลวที่ลื่นไหลให้กับรูปทรงของอาคาร ตั้งแต่ด้านหน้าทางเข้าไปจนถึงส่วนประกอบอื่นของอาคาร ทำให้ The Riverside Museum ที่ตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างแม่น้ำกับเมือง เป็นเหมือนอุโมงค์ขนาดใหญ่ที่จะค่อยๆ พาผู้ชมเดินทางจากริมสายน้ำไปสู่ความเป็นเมือง

Zaha Hadid เคยพูดถึง The Riverside Museum ไว้ว่า “นี่คือโปรเจ็กต์ที่แสนวิเศษ มันตั้งอยู่บนสถานที่ที่มีความหมายทางประวัติศาสตร์อย่างแม่น้ำเครส์ ทั้งบริบทและรูปแบบของอาคารทำให้มันเป็นหนึ่งเดียวกับนิทรรศการ ซึ่งแน่นอนว่ามันจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เข้าชม”

 

• Ordrupgaard Museum – Copenhagen, Denmark

Ordrupgaard คือพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมงานศิลปะของฝรั่งเศสและเดนมาร์กในศตวรรษที่ 19 เข้าไว้ด้วยกัน อาคารแห่งนี้ดูคล้ายกับจะกลมกลืนไปกับพื้นที่ของสวนภายนอก ซึ่งเบื้องหลังการออกแบบคือรายละเอียดที่เธอตั้งใจให้มันสร้างความรู้สึกเช่นนั้น

เธอเลือกใช้คอนกรีตลาวาเป็นวัสดุหลักในการสร้างอาคาร ซึ่งมีคุณสมบัติที่จะทำให้พื้นผิวของอาคารเกิดความเปลี่ยนแปลงของเนื้อสัมผัสและสีไปตามอายุขัย คล้ายกับว่าตัวอาคารมีชีวิตและเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อม ด้านนอกแต่งด้วยกระจกบานใหญ่เพื่อรับแสงอาทิตย์และเปิดให้เห็นธรรมชาติภายนอก ส่วนภายในของอาคารแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘พื้นที่ที่ลื่นไหล’ ซึ่ง Zaha พยายามละลายเส้นแบ่งระหว่างพื้นที่จัดแสดงและทางเดินให้เป็นหนึ่งเดียวกันทั้งในเชิงนามธรรมและรูปธรรม

 

• Heydar Aliyev Center – Baku, Azerbaijan

Heydar Aliyev Center คืออาคารที่เล่าถึงลายเซ็นความเป็นเจ้าแม่ ‘โค้ง’ ของ Zaha ได้อย่างชัดเจน ทั้งการใช้เส้นโค้งเว้าภายนอกอาคารที่ทำให้ดูเหมือนมันมีชีวิต ภาพของความโค้งที่ดูเหมือนคลื่นที่เคลื่อนจากพื้นดินขึ้นมา หลังคานี้ได้แนวคิดมาจากการสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของอาเซอร์ไบจานที่มีการประดับประดาดอกไม้ตั้งแต่พื้น-ผนัง-จนไปถึงยอดของอาคาร”

อาคารอเนกประสงค์แห่งนี้ มีพื้นที่ที่จัดแสดงงานศิลปะ ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ และลานคอนเสิร์ต มองเผินๆ ดูเหมือนเป็นพื้นที่ที่รวบรวมเอาไลฟ์สไตล์ของคนสมัยใหม่เข้าไว้ด้วยกันขณะเดียวกับที่มีรากเป็นศิลปะอาเซอร์ไบจานเดิม มันตั้งอยู่ระหว่างสนามบินและเมืองเก่า อาคารนี้จึงเหมือนเป็นสถานที่แรกที่จะต้อนรับนักเดินทาง Saffet Bekiroglu สถาปนิกที่ทำงานร่วมกับ Zaha กล่าวถึงที่นี่ไว้ว่า

สถาปัตยกรรมไม่ใช่สิ่งก่อสร้างที่สงบเสงี่ยมและหลบอยู่เบื้องหลัง แต่มันคือการบอกเล่าอย่างหนักแน่น

แต่การบอกเล่าอย่างหนักแน่น ก็จำเป็นจะต้องทำหน้าที่ ‘เชื่อมผู้คนกับพื้นที่’ ให้เข้ากันด้วย

 

• BMW Central Building – Leipzig, Germany

อาคารกลางของ BMW ที่ Leipzig ประเทศเยอรมนีเป็นอีกหนึ่งงานที่โด่งดังของ Zaha Hadid โจทย์ของอาคารนี้คือการเชื่อมหน่วยงานสำคัญ 3 หน่วยในโปรดักชั่นการผลิตเข้าไว้ด้วยกัน (ผลิตตัวถัง-พ่นสี-ประกอบ) โดยจะต้องตอบโจทย์ความต้องการของพนักงานให้ได้ทั้งหมด ซาฮาใช้แนวคิดของการ ‘เชื่อมต่อ’ ในการออกแบบอาคารกลางหลังนี้

เธอได้สร้างอาคารกลางที่เชื่อมต่อทุกหน่วยงานเข้าไว้ด้วยกันในฐานะ ‘ทางผ่าน’ ของแต่ละโปรดักชั่นการผลิต รถยนต์แต่ละคันจะเคลื่อนไปตามสายพานที่ติดตั้งในอาคารแห่งนี้เพื่อเดินทางไปสู่หน่วยงานต่อไป ขณะเดียวกันอาคารกลางแห่งนี้ก็ยังเป็นพื้นที่ทำงานของพนักงานกว่า 5,500 คน รวมถึงเป็นพื้นที่ต้อนรับลูกค้าด้วย มันจึงเป็นสะพานที่เชื่อมระหว่างพนักงาน รถยนต์ และพื้นที่ ได้อย่างแนบเนียน

ปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่งของการเชื่อมผู้คนกับอาคาร คือการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงพื้นที่

 

• Bergisel Ski Jump – Innsbruck, Austria

ลานกระโดดสกีนี้คือภาพของสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่แทรกตัวอยู่กลางพื้นที่ประวัติศาสตร์ นั่นคือบนยอดเขา Bergisel ประเทศออสเตรีย ซาฮาออกแบบลานกระโดดสกีจากโจทย์ที่ว่ามันจะต้องกลมกลืนไปกับภูเขา ผลที่ได้จึงออกมาเป็นสิ่งปลูกสร้างที่มีกลิ่นอาย minimal ประกอบด้วยลานสกีที่มีความยาว 90 เมตร พื้นที่สาธารณะพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รวมถึงคาเฟ่บนอาคารที่ยกตัวสูงขึ้นไป 50 เมตร

อาจจะฟังจะดูโอ่อ่าอลังการ แต่ด้วยเวทมนตร์ของ Zaha เธอสามารถทำให้มันไม่ดูเป็นสิ่งแปลกปลอมต่อสภาพแวดล้อม และทุกวันนี้มันก็กลายเป็นสนามที่ใช้ในการแข่งขันการกระโดดสกี Four Hills Tournament เป็นประจำทุกปีในเดือนมกราคม นอกจากในเดือนนั้นมันก็เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวให้ไปชมภาพมุมสูงของ Bergisel อยู่ตลอด

 

• Pierresvives – Montpellier, France

แนวคิดอีกอย่างของ Zaha คือเรื่องของการ ‘เป็นส่วนหนึ่ง’ อาคารของเธอควรเชื่อมต่อและกลมกลืนไปกับพื้นที่ อาคาร Pierresvives ใน Montpellier ประเทศฝรั่งเศส แสดงให้เห็นถึงแนวคิดนี้อย่างชัดเจน อาคารของรัฐหลังนี้คือการรวมเอาสิ่งที่แตกต่างกันสุดขั้วอย่าง ห้องเก็บเอกสาร ห้องสมุด และแผนกกีฬามาไว้ในพื้นที่เดียวกันได้อย่างลงตัว มันจึงเป็นสถานที่ที่ผู้คนเข้ามาใช้งานได้หลากหลายวัตถุประสงค์

เธอเคยพูดถึงอาคาร Pierresvives นี้ไว้ว่า “มันได้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะแห่งสำคัญ และเป็นศูนย์กลางของผู้คนในท้องที่กว่า 900 ครัวเรือน”

 

• Rosenthal Contemporary Arts Center – Cincinnati, USA

จากความเชื่อที่ว่าอาคารสามารถกลมกลืนและโดดเด่นได้ในเวลาเดียวกัน แกลลอรี่ศิลปะร่วมสมัยแห่งนี้จึงถูกดีไซน์ด้วยแนวคิด ‘ตัวต่อจิ๊กซอว์’ มาใช้ในการออกแบบ เธอดีไซน์ภายนอกอาคารให้คล้ายมีแท่งคอนกรีตวางซ้อนกันอย่างไม่เป็นระเบียบ เผยให้เห็นช่องว่างซึ่งแสงลอดผ่านเข้าไปได้ มองดูจากภายนอกเผินๆ จึงคล้ายกับภาพตัวต่อจิ๊กซอว์ ไอเดียนี้ Zaha ได้มาจากแนวคิดที่ว่าศิลปะร่วมสมัยมีรูปแบบหรือขนาดที่หลากหลาย และแกลลอรีที่บรรจุมันจึงควรจะต้องมีความหลากหลายด้วยเช่นกัน

 

• Sheikh Zayed Bridge – Abu Dhabi, UAE

นอกจากตึกอาคารแล้ว Zaha ยังได้ออกแบบสะพานด้วย Sheikh Zayed Bridge แห่งนี้อยู่ในเมืองอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นเส้นเลือดที่ลำเลียงการจราจรจากแผ่นดินใหญ่ข้ามไปสู่เกาะอาบูดาบี สะพานแห่งนี้สร้างความแปลกใหม่ให้แก่วงการสถาปัตยกรรมของสะพาน เพราะมันไม่ได้มีเสาหรือตอม่อขนาดใหญ่ค้ำเอาไว้ Zaha ได้ออกแบบโครงสร้างที่ช่วยพยุงสะพานให้มีลักษณะเหมือนกับ ‘คลื่นไซน์’ ที่พวยพุ่งออกมาจากแผ่นดิน ไหลผ่านช่องว่างของสะพานจากด้านใต้ขึ้นไปเหนือถนน ดูคล้ายกับว่ามันกำลังมีปฏิสัมพันธ์กับแม่น้ำและพื้นถนนอยู่

 

• Guangzhou Opera House – Guangzhou, China

ข้ามมาทางฝั่งเอเชีย มนต์เสน่ห์ของ Zaha Hadid ก็ยังไม่เสื่อมคลาย โอเปร่าเฮ้าส์แห่งนี้ ตั้งอยู่ใจกลางพื้นที่ทางวัฒนธรรมของกวางโจว ซึ่ง Zaha ได้ออกแบบให้มันเป็นอาคารแฝดรูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกันจนมันได้รับฉายาว่า ‘หินแฝด’ อาคารทั้งสองตั้งอยู่ริมแม่น้ำเพิร์ล ติดกับ Guangzhou International Finance Center ตึกระฟ้าขนาด 103 ชั้นที่มีชื่อเสียง

อย่างที่รู้กันว่า Zaha คือสถาปนิกที่ชื่นชอบธรรมชาติ คอนเซ็ปต์รูปทรงของอาคารแฝดคู่นี้เธอนำมาจากรูปแบบการกัดเซาะโตรกหินของแม่น้ำในหุบเขาที่มีลักษณะเป็นรูปทรงอิสระ Guangzhou Opera House ถือได้ว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่ช่วยส่งเสริมการเติบโตทางวัฒนธรรมในเมืองกวางโจวเป็นอย่างมาก เพราะหลังจากการมาถึงของมัน ก็ได้มีการสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด หรือ หอจดหมายเหตุ ตามมาติดๆ

 

• Dondaemun Design Plaza – Seoul, South Korea

‘ทงแดมุน’ กลางกรุงโซล เป็นย่านยอดนิยมของนักท่องเที่ยวและขึ้นชื่อว่าเป็นย่านสำหรับการช็อปปิ้งตลอด 24 ชั่วโมง รัฐบาลเกาหลีใต้จึงได้ริเริ่มโปรเจ็กต์ DDP เพื่อสร้างแลนด์มาร์กสำคัญด้านศิลปะ วัฒนธรรม เทคโนโลยี และการออกแบบ ด้วยพื้นที่ขนาดมหึมากว่า 86,000 ตารางเมตร DDP จึงเป็นพื้นที่ขนาดยักษ์ โดยแบ่งออกเป็น 5 โซนหลักๆ คือ Design Market, Art Hall, Museum, Design Lab และสวนสาธารณะ

Zaha อธิบายโปรเจ็กต์นี้ว่า “ดีไซน์ของ DDP คือการผสมผสานส่วนของศูนย์การค้าและสวนให้กลมกลืนกันอย่างลงตัว เลือนเส้นแบ่งระหว่างสถาปัตยกรรมและสิ่งแวดล้อม ผ่านความต่อเนื่องและลื่นไหลของพื้นที่”

DDP ได้กลายมาเป็นพื้นที่สำหรับศิลปะและวัฒนธรรมของชาวเกาหลีใต้อย่างรวดเร็ว มันเป็นพื้นที่ในการจัดนิทรรศการศิลปะของศิลปินที่มีชื่อเสียง จัดงานแฟชั่นโชว์อย่าง Seoul Fashion Week หรือแม้แต่เป็นพื้นที่ถ่ายทำซีรีส์ You Who Came From the Star ที่ได้รับความนิยมในหลายประเทศรวมถึงประเทศไทย

 

ILLUSTRATED BY JIDA LEEPAIBOON

Share Article

Leave a reply