‘Change the Facts, Not the Fro’ แคมเปญจากOgilvy ที่สนับสนุนให้ผู้หญิงกล้าไว้ทรงผมแอฟโฟร

แอฟโฟรแล้วไง? Ogilvy เอเจนซี่ระดับโลก ได้ประดิษฐ์ Copy ประจำแคมเปญสำหรับวันแอฟโฟรโลกว่า ‘Change the Facts, Not the Fro’ ที่มีนัยให้คนที่มีแอฟโฟรโดยธรรมชาติทุกคนภาคภูมิกับทรงผมของตัวเอง หากแต่คนอื่นต่างหาก ที่ควรเปลี่ยนมุมมองในการมองแอฟโฟร เพราะสำหรับคนที่เกิดมาพร้อมผมหยักศกมากๆ ทางเลือกของพวกเขามีอยู่แค่สองทาง หนึ่งคือปล่อยให้มันฟูฟ่องเป็นแอฟโฟร หรือ ถักให้มันเป็นระเบียบแบบเดรดล็อค

จุดเริ่มต้นของวันแอฟโฟรโลกเกิดในปี 2016 นี้เอง ในวันที่ 5 กันยายนปีนั้น ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ได้ตัดสินให้บริษัทสามารถปฏิเสธผู้ไว้ผมทรงผมเดรดล็อคได้โดยไม่ผิดกฎหมาย คำตัดสินของศาลครั้งนี้ทำให้ชาวแอฟโฟรไม่พอใจเป็นอย่างมาก เพราะนั่นเท่ากับเป็นการสร้างอคติต่อพวกเขาโดยตรง และนอกจากที่เป็นทรงผม แอฟโฟรยังสัมพันธ์กับประเด็นอื่นๆ ที่ละเอียดอ่อนอย่างเรื่องสีผิวและชาติพันธุ์ มันจึงซับซ้อนเข้าไปมากกว่าแค่ทรงผมที่หยิกหยอย

หากลองสังเกต ภาพจำของบุคคลที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ในสื่อมักจะเป็นคนที่มีผิวพรรณดี สวยหล่อ และมี ‘ผมตรง’ ขณะที่คนผมหยิกดูเหมือนจะเป็นกลุ่มที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ภาพจำนี้เองที่ทำให้กลุ่มคนที่เกิดมาพร้อมเส้นผมที่หยักศกทั่วโลกล้วนยินดีที่มีวันสำหรับพวกเขา และในปีนี้ยิ่งได้มือดีจากเอเจนซี่ระดับโลกอย่าง Ogilvy ที่เข้ามาช่วย ‘ออกแบบ’ แคมเปญเพื่อเปลี่ยนภาพสถานะของเหล่าคนแอฟโฟร โดยเฉพาะกับผู้หญิงให้ ‘กล้า’ และ ‘ภาคภูมิ’ กับทรงผมธรรมชาติของพวกเธอเหมือนกับทรงผมอื่นๆ

แคมเปญของเหล่าครีเอทีฟจาก Ogilvy ทำออกมาง่ายๆ ไม่ซับซ้อน ผ่านมอตโต้  “Change the Facts, Not the Fro” ซึ่งใช้เหล่านางผิวสีแบบที่มีผมแอฟโฟรโดยธรรมชาติ มาเป็นคนบอกเล่าข้อมูลของทรงผมแอฟโฟรผ่านทรงผมของพวกเธอเอง เช่น “1 ใน 5 ของผู้หญิงผิวสีรู้สึกว่าสังคมกดดันให้พวกเธอต้องยืดผมให้ตรงก่อนไปทำงาน” และ “มีผู้หญิงผิวสีเพียง 37 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่รู้สึกสบายใจที่จะไว้ทรงผมแอฟโฟรหรือเดรดไปงานที่เป็นทางการ”

Andre Laurentino ECD จาก Ogilvy UK เล่าถึงความภูมิใจในโปรเจ็กต์นี้ “ด้วยความร่วมมือจากสำนักงานในสิงคโปร์ เราตื่นเต้นมากที่จะมีส่วนร่วมกับวันแอฟโฟรโลก ทั้งเหล่าครีเอทีฟ ช่างภาพ และโปรดักชันทีม พวกเราหวังว่าแคมเปญนี้จะสร้างความเปลี่ยนแปลงและการรับรู้ใหม่ๆ ให้กับสังคมได้”

Share Article

Leave a reply