แนะนำการ์ด 6 สำรับ สำหรับคนทำงานในวงการครีเอทีฟ

ทำไงดี.. คิดไม่ออก, ช่วงนี้ตัน ไม่มีไอเดียใหม่เลย, อ้าว นี่เข้าใจคอนเซ็ปต์ไม่ตรงกันนะ, พรีเซนต์อะไรไม่เห็นเข้าใจ, ประชุมตั้งนานทำไมไม่ได้งานเลยยย

 

สารพัดสารพันปัญหาที่เชื่อว่าหลายคนต้องเคยเผชิญหน้ามาแล้ว ไม่ว่าที่ผ่านมาจะมีวิธีแก้อย่างไร อยากแนะนำให้ลองดูลิสต์นี้ การ์ด 6 สำรับที่จะเป็นตัวช่วยให้เหล่าครีเอเตอร์ทั้งหลาย (รวมถึงชาวออฟฟิศในหลายๆ สายงาน) ผ่านโมเมนต์ปวดวิญญาณในการทำงานไปได้

 

1. Method Cards by IDEO

สำรับการ์ดคลาสสิกจาก IDEO ที่เป็นตัวช่วยให้เหล่านักออกแบบต่อสู้กับเวลา “โอ้ย คิดงานไม่ออก!” มาตั้งแต่ปี 2003 ด้วยฟังก์ชันที่ออกแบบมาให้ทบทวนตัวเองและทีม ว่าจะทำอย่างไรให้สิ่งที่คิดสิ่งที่สร้างขึ้นมานั้น ตอบสนองความต้องการของผู้คนจริงๆ

การ์ด 1 ชุด 51 ใบ จะแบ่งออกเป็น 4 หมวด คือ Look, Learn, Ask, และ Try โดยการ์ดแต่ละใบจะมีด้านหนึ่งเป็นรูป อีกด้านเป็นกระบวนการทำงาน พร้อมคำอธิบายว่าเมื่อไหร่ควรจะเกิดกระบวนการนั้นขึ้น ในหลายองค์กรที่นั่งล้อมวงแล้วใช้ Method Cards บอกว่ามันช่วยให้พวกเขาเริ่มต้นไอเดียใหม่ๆ ได้ หรือเวลาจนมุมคิดไม่ออก ก็ช่วยให้ได้ทบทวนความเป็นไปได้ต่างๆ จนพบทางไปต่อ

ideo.com/post/method-cards

 

2. Oblique Strategies by Brian Eno & Peter Schmidt

การ์ดที่สร้างขึ้นโดย Brian Eno กับ Peter Schmidt ศิลปินระดับตำนานตั้งแต่ปี 1975 แต่ได้รับความนิยมในวงการครีเอเตอร์ และได้รับการพัฒนามาจนถึง Edition 5 แล้ว

การ์ดสำรับนี้มีไว้สำหรับสร้างความคิดที่เราคิดไม่ถึง เพราะการ์ดแต่ละใบจะมีข้อความปริศนา (จริงๆ บางคนก็อาจเรียกว่าข้อความกำกวม) แต่อาจจะสามารถแก้ไขหรือคลี่คลายสถานการณ์ที่เรายังแก้ปัญหาไม่ออกอยู่ในขณะนั้นบางอย่างได้ เช่น ใช้ไอเดียเก่าสิ, ลองเรียบเรียงปัญหาออกมาเป็นคำพูดให้ชัดเจนที่สุดเท่าที่จะทำได้, ใช้แค่ 1 องค์ประกอบ สำหรับแต่ละอย่าง, ลองทำมันหลอกๆ สิ, ทำด้วยความเร็วที่ต่างออกไป ฯลฯ

มีนักดนตรีหลายคนใช้ การ์ด Oblique Strategies นี้ รวมไปถึงวงดนตรีอังกฤษอย่าง Coldplay พวกเขากล่าวว่าได้ใช้การ์ดนี้ตอนที่บันทึกเสียงกับ Eno ในปี 2008 ในอัลบัม Viva la Vida or Death and All His Friends

enoshop.co.uk/product/oblique-strategies.html

 

3. The Brand Deck by Simple. Honest. Work.

รู้กันแหละว่า จะสร้างแบรนด์อะไรขึ้นมา ต้องมี ‘identity’ ที่ชัดเจน เราเป็นใคร มีคาแรกเตอร์แบบไหน หรือแตกต่างจากคนอื่นอย่างไร แต่การตอบคำถามเหล่านี้มักใช้เวลานานและพลังงานเยอะเสมอ จนบางทีมีล้มเลิกโปรเจ็กต์กันไปบ้าง

การ์ดชุดนี้ เป็นสิ่งที่คิดมาเพื่อช่วยให้คนในทีม หา ‘Brand Identity’ ได้ง่ายขึ้น โดยจะมีการ์ดทั้งหมด 50 ใบ แต่ละใบจะมีคำบรรยายลักษณะ (Adjectives) ที่ตรงกันข้ามกันอยู่หน้า-หลัง เช่น เรียบง่าย-ซับซ้อน,  กล้าได้กล้าเสีย-เซฟๆ ดีกว่า, ตลาดบน-ตลาดล่าง ฯลฯ แล้วก็ให้แต่ละคนเลือกวางการ์ดทั้งหมดโดยแบ่งเป็น 3 กอง คือ 1) ใช่แบรนด์ฉัน 2) ไม่ใช่แบรนด์ฉัน 3) ไม่เกี่ยว แล้วสุดท้ายก็ถกกัน เพื่อหา 4-5 คำจากกองที่ 1 ซึ่งเป็นลักษณะที่ทุกคนเห็นร่วมกันว่าเป็น ‘Brand Identity’ ของตัวเอง

ปล. จริงๆ การ์ดชุดนี้ยังน่าจะใช้กับเวลาที่รับงานลูกค้าได้ด้วยนะ เพื่อช่วยให้เอเจนซี่และลูกค้าชัดเจนในโจทย์ตรงกัน

www.branding.cards

 

4. The StoryHow™ PitchDeck by Ron Ploof

ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบ บ่อยครั้งที่เราก็ต้องเผชิฐหน้ากับการพรีเซนต์งานต่อหน้าบอสหรือลูกค้า  ปัญหาอยู่ที่ว่าต่อให้มีไอเดียดีแค่ไหน แต่ถ้าไม่สามารถเล่าออกมาได้ แทนที่โปรเจ็กต์จะถูก ‘buy’ ก็โดน ‘bye’ แทน การ์ดสำรับนี้เลยออกแบบมาเพื่อเป็นตัวช่วยให้เราได้ฝึก ‘ขายงาน’ ก่อนที่จะลงสนามจริง

การ์ดทั้งหมด 60 ใบ จะแบ่งเป็น 4 หมวด คือ Role, Event, Influence และ Technique โดยข้อความบนแต่ละการ์ดจะแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ คำอธิบาย ตัวอย่าง และวิธีปฏิบัติ ซึ่งจะช่วยให้เรากรอบไอเดียของเราให้ชัด แล้วเรียบเรียงเป็นเรื่องราวที่เราอยากเล่าและคนฟังอยากฟังได้

storyhow.com/storyhow-pitchdeck

 

5. MethodKit by MethodKit

สำรับการ์ดสำหรับการประชุมมีประสิทธิภาพหรือการจัดเวิร์กชอปที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ใช้ได้จริงๆ โดย Methodkit ออกแบบการ์ดมาเกือบ 40 สำรับ สำหรับใช้ในวาระที่แตกต่างออกไป โดยหลักๆ จะแบ่งเป็นสองส่วนคือ 1) Framework จะเป็นลักษณะเหมือนเช็คลิสต์ ว่าในแต่ละโปรเจ็กต์ มีอะไรที่ต้องทำหรือมีเป้าหมายใดที่ต้องวัดผลบ้าง และ 2) Libraries ซึ่งเป็นตัวตั้งต้นสำหรับการระดมไอเดีย (Brainstorming) ในแต่ละโปรเจ็กต์

ซึ่งความเจ๋งของ Methodkit ก็คือมีหลากหลายฟอร์แมต ให้แต่ละทีมออกแบบใช้ให้เหมาะกับทีมได้ จะแปะบนกระดาน ปูวางบนโต๊ะ นั่งล้อมวง หรือใช้ทบทวนตัวเองคนเดียวก็ยังได้ แถมยังคิดมาเพื่อลักษณะโปรเจ็กต์ที่หลากหลาย (เห็นแล้วเดาได้ว่ามีออกมาอีกแน่ๆ)

methodkit.com

 

6. Questions & Empathy by Sub Rosa

อันนี้อาจจะไม่ได้ช่วยเรื่องคิดงานโดยตรง แต่การพูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน จริงๆ แล้วช่วยป้องกันปัญหาข้อขัดแย้งและช่วยให้สุขภาพจิต รวมถึงชีวิตการทำงานดีขึ้นได้ การ์ดเกมชุดนี้จะช่วยให้เกิดสิ่งนั้นขึ้น คอนเซ็ปต์โดยรวมก็คือมีคำถาม 7 หมวด หมวดละ 7 ข้อ (ทั้งหมด 49 คำถาม) แล้วก็มีบทบาทต่างๆ ที่แต่ละคนได้รับมอบหมาย ทั้งหมดออกแบบมาเพื่อทำให้ผู้เล่นกล้าที่จะพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาและเปิดเผย

แม้เกมจะมีเจตนาดี แต่ก็มีคนแสดงความกังวลไว้เหมือนกันว่า ใช่ว่าทุกคนจะอยากออกจากคอมฟอร์ตโซน แล้วหัวหน้างานก็คงจะไม่มีสิทธิ์มาบังคับให้พนักงานมานั่งเล่นเกมเพื่อเผยตัวตนกับเพื่อนร่วมงานเช่นกัน แต่หากว่าทุกคนสมัครใจก็เป็นเรื่องที่ดีเพื่อสร้างบรรยากาศในการทำงานที่สร้างสรรค์

questionsandempathy.com

ILLUSTRATED BY NATTAPON KAIKEAW

Share Article

Leave a reply