อยากแสดงงานศิลปะต้องทำยังไง? ลองมารู้จักกับ Curator อาชีพที่คัดเลือกงานศิลปะเพื่อนำไปจัดแสดง

การได้แสดงงานคือเป้าหมายของศิลปินหลายคน แต่กว่าจะได้เห็นผลงานของตัวเองในแกลเลอรี ศิลปินจำเป็นต้องพิสูจน์ตัวเองมากมายหลายด่าน หนึ่งในนั้นคือจะทำยังไงให้คิวเรเตอร์ (Curator) หรือภัณฑารักษ์ มองเห็นและคัดเลือกผลงานไปจัดแสดง เพราะนั่นคือโอกาสที่จะได้นำเรื่องเล่าเรื่องราวของตัวเอง ออกไปอยู่ในสายตาของคนทั่วไป

 

เราจึงอยากชวนคุยถึงอาชีพที่หลายคนอาจจะไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังอย่างคิวเรเตอร์ ว่าพวกเขามีบทบาทอย่างไรในแวดวงศิลปะ รวมถึงศิลปินจะทำอย่างไรให้งานของตัวเองเข้าไปอยู่ในการรับรู้ของคิวเรเตอร์

 

1. Curator ทำอะไร ใครคือ Curator

แมรี่ ปานสง่า คิวเรเตอร์ผู้ประสานงานในโปรเจ็กต์ที่พาคนกรุงออกไปเดินแกลฯ อย่าง ‘Galleries’ Night BKK (2015-2018)’ ให้ความเห็นถึงหน้าที่ของคิวเรเตอร์ไว้อย่างน่าสนใจว่า “คิวเรเตอร์คือคนที่เชื่อมระหว่างงานศิลปะกับคนดู” และในบทความ ‘How to Curate an Art Show’ จากเว็บไซต์ thebalancecareers.com ได้เปรียบเทียบบทบาทของคิวเรเตอร์ว่าคล้ายกับตำแหน่งผู้กำกับภาพยนตร์ ที่ต้องทั้งควบคุมกำกับรายละเอียดของเนื้องาน รวมถึงบริหารจัดการ ‘คน’ ที่มาทำงานร่วมกันด้วย ซึ่งในที่นี้ก็คือเหล่าศิลปิน

จริงอยู่ คิวเรเตอร์มีความหลากหลายของสาขาที่ชำนาญและรายละเอียดของงานที่แตกต่างกันไป แต่หน้าที่หลักๆ ของคิวเรเตอร์ที่มีร่วมกันคือ

  1. หาคอนเซ็ปต์ของงานและคัดเลือกศิลปิน หน้าที่นี้เป็นความสนุกสนานและท้าทายของคิวเรเตอร์หลายๆ คน เพราะต้องอาศัยทักษะในการค้นคว้าและทำงานกับข้อมูล Kwanyi Pan คิวเรเตอร์ระดับโลกให้คำแนะนำไว้ว่า “การค้นคว้าหาพื้นเพของศิลปินรวมถึงเหล่าผู้ชม เป็นส่วนที่สำคัญต่อการทำความเข้าใจพื้นที่ที่จัดแสดงงาน” ซึ่งหลังจากได้คอนเซ็ปต์ที่ดีแล้ว การตามหาศิลปินมาร่วมจัดแสดง ก็เป็นอีกหน้าที่สำคัญของคิวเรเตอร์
  2. จับจองสถานที่และติดตั้งงาน – สถานที่จัดแสดงมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าตัวงาน คิวเรเตอร์จึงมักจะใส่ใจรายละเอียดของพื้นที่ และพิถีพิถันในการเลือกสถานที่จัดอย่างมาก ซึ่งนั่นรวมถึงการออกแบบการติดตั้งผลงานของศิลปิน ว่าแต่ละชิ้นควรถูกจัดวางที่ตำแหน่งไหนของพื้นที่ด้วย
  3. เขียนสูจิบัตร – ทักษะการเขียนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคิวเรเตอร์ เพราะนอกจากจะช่วยให้ผู้เข้าชมงานมีความเข้าใจถึงบริบทและลักษณะของงานแล้ว สูจิบัตรที่ดียังสามารถดึงดูดให้ผู้คนทั่วไปสนเข้าชมงานด้วย

 

2. Space คือการสร้าง ‘ประสบการณ์’ ของ Curator

เพราะการจัดแสดงงานศิลปะไม่ใช่แค่การนำผลงานมาแปะบนผนังหรือการนำงานมาติดตั้งเท่านั้น แต่จำเป็นต้องมีการออกแบบพื้นที่ให้สามารถร้อยเรียงงานเหล่านั้นออกมาเป็นเรื่องราวบางอย่าง หลังจากที่ได้คอนเซ็ปต์อันแข็งแรง รวมถึงคัดเลือกผลงานศิลปะจากศิลปินมาแล้ว คิวเรเตอร์ก็จะต้องหาวิธีการนำเสนองานเหล่านั้นออกมาให้ตรงตามเป้าหมายที่สุด

“การทำ Exhibition ไม่ใช่แค่เอางานมาวางไว้ใน Space แต่มันคือการสร้างประสบการณ์ทั้งหมด เพื่อให้คนเข้ามาอยู่ในพื้นที่หนึ่ง เพราะฉะนั้นมันจึงรวมถึงการติดตั้ง การเรียงลำดับการชม ความสัมพันธ์ และความเชื่อมโยงของงานที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน” แมรี่เล่าถึงถึงวิธีการทำงานของเธอ

ขณะที่เว็บไซต์ museumnext.com ก็ได้ให้คำแนะนำไว้คล้ายคลึงกัน นั่นคือนิทรรศการควรออกแบบมาเพื่อสร้าง ‘ประสบการณ์’ แก่ผู้ชม ไม่ใช่แค่การนำผลงานมาเรียงต่อกันแล้วเขียนคำอธิบายเท่านั้น นิทรรศการหลายแห่งริเริ่มมาจากคอนเซ็ปต์ไอเดียที่แข็งแรง เพราะฉะนั้นทุกส่วนของ Space จึงต้องเต็มไปด้วยการออกแบบที่จะทำให้ผู้เข้าชมเกิดประสบการณ์บางอย่างระหว่างตัวงานกับพวกเขา

 

3. อยากแสดงงาน ต้องทำอย่างไรถึงจะเข้าตา Curator

ในด้านของแมรี่ เธอทิ้งท้ายกับคำถามของที่ว่า งานแบบไหนจะไปเข้าตาคิวเรเตอร์บ้าง?

“เราเชื่อว่าถ้าศิลปินจริงใจกับงานที่ตัวเองทำ โดยที่ไม่ได้คิดว่างานจะต้องไปถูกใจใครหรือคิวเรเตอร์คนไหน เราเชื่อว่าความจริงใจและมั่นคงจะไปเตะตาคิวเรเตอร์ได้สักวัน แต่แน่นอน เราก็ไม่สามารถการันตีได้หรอกว่ามันจะเป็นแบบนั้น 100 เปอร์เซ็นต์”

คงไม่มีใครสามารถรับรองได้ว่างานแบบไหนถึงจะถูกใจหรือได้แสดงงาน แต่เว็บไซต์ Artworkarchive.com ก็พอจะมีแนวทางที่ช่วยให้ศิลปินรุ่นใหม่สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้แข็งแรงขึ้น

  1. รู้จักตัวเองและพัฒนาจุดแข็ง

การรู้จักตัวเองเป็นเรื่องสำคัญ ลองถามตัวเองว่าผลงานของคุณกับตัวคุณมีความเชื่อมโยงกันอย่างไร งานของตัวเองว่ามีกลิ่นอายทางการเมืองหรือมีความปัจเจกมากกว่ากัน?  หรือสุนทรียะหรือเทคนิคชนิดไหนที่โดดเด่นในผลงานของคุณ ลองทบทวนสิ่งเหล่านี้ทุกๆ ครึ่งปี เพื่อทำความเข้าใจความเปลี่ยนแปลงของตัวเอง และมองเห็นจุดแข็งเพื่อที่จะพัฒนามันให้ดียิ่งขึ้น

  1. ลงทุนกับการนำเสนอผลงาน

เข้าใจว่าในเบื้องต้นเว็บไซต์รวบรวมผลงานคือหน้าต่างบานแรกที่จะทำให้คนอื่นๆ ได้เห็นผลงานของคุณ แต่วิถีในแบบเดิมๆ อย่างการพิมพ์ภาพงานต่างๆ ออกมาเป็นกระดาษก็สามารถช่วยให้งานของคุณดูมีความเป็นมืออาชีพขึ้นได้ ยิ่งถ้าคุณเป็นช่างภาพการพิมพ์รูปลงบนกระดาษที่มีคุณภาพสูง ย่อมทำให้ผลงานของคุณแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่

  1. อย่ามองข้ามการสร้างโอกาส

ศิลปินหลายคนอาจลืมไปว่าการนำเสนอผลงานหรือโปรไฟล์ตัวเองก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้การสร้างงานที่ดี หากคุณเคยได้แสดงงานไม่ว่าจะเป็นงานเล็กแค่ไหนก็ควรจับมาใส่ในพอร์ตของคุณด้วย ยิ่งถ้าเคยลงในหน้าสื่อที่ไหนยิ่งเป็นกำไรของคุณเลยด้วยซ้ำ

เพราะการนั่งรอโอกาสการมองเห็นจากคิวเรเตอร์อย่างเดียวอาจไม่พอ อาจต้องลองสร้างจุดที่ดึงดูดสายตาของตัวเองดูบ้าง

 

ILLUSTRATED BY JIDA LEEPAIBOON

Share Article

Leave a reply