ทำไมผู้หญิงต้องจ่ายแพง? ชุดมีดโกนที่ออกแบบมาเพื่อปฏิวัติภาษีสีชมพู

ว่ากันว่าทุนนิยมคือการสร้างความจำเป็นที่ทำให้สิ่งที่ไม่เคยจำเป็นมาก่อนกลายเป็นสิ่งที่เราขาดไม่ได้ในที่สุด เช่นเดียวกับในปี 1915 ที่ยิลเลตต์ได้ก่อปัญหาที่พวกผู้หญิงเองก็ไม่เคยนึกว่าจะต้องใส่ใจนั่นคือ ‘การกำจัดขนตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย’ จากการผลิตมีดโกนเฉพาะผู้หญิงที่ว่ากันว่าสามารถปรับไปตามสรีระได้ดีกว่ามีดโกนแบบที่ขายกันอยู่ในท้องตลาด

 

การกำจัดขนจึงกลายมาเป็น a must ที่ผู้หญิงต้องทำตามๆ กันไปโดยปริยาย ถึงขนาดที่ยิลเลตต์เองยังกล่าวว่า เจ้าขนตามร่างกายมันก็ไม่ต่างอะไรกับ ‘ปัญหาส่วนตัวที่กวนใจผู้หญิง’ มาถึงตรงนี้ คุณผู้หญิงทุกท่านน่าจะพอมองออกแล้วว่ายิลเลตต์จะทำกำไรได้มากแค่ไหนเมื่ออยู่ดีๆ ก็ลุกขึ้นมาสร้างค่านิยมให้ผู้หญิงจำเป็นต้องโกนขนหน้าแข้ง ในขณะที่ผู้ประกอบการเจ้าอื่นๆ ตีตลาดแต่ผลิตภัณฑ์กำจัดขนของผู้ชายเท่านั้น

ปรากฏการณ์กำจัดขนนี้ก่อให้เกิดศัพท์ใหม่ในวงการ โดยนิตยสาร Time ปี 2016 ได้เรียกมันว่า ‘pink tax’ หรือภาษีสีชมพู เมื่อพวกเขาตรวจสอบพบว่าผู้หญิงต้องจ่าย ‘แพงกว่า’ ผู้ชาย ในการเข้าถึงมีดโกน เพราะในขณะที่ผู้ชายจ่ายเงิน 1 ปอนด์เพื่อซื้อมีดโกนได้ 10 ชิ้น ผู้หญิงกลับต้องจ่าย 2 ปอนด์เพื่อซื้อมีดโกนได้ 8 ชิ้นเท่านั้น โดยมีความแตกต่างอย่างเดียวก็คือ มีดโกนสำหรับผู้หญิงนั้นออกแบบมาเป็นสีชมพู ส่วนของผู้ชายมีอะไรก็ใช้อย่างนั้น

เพื่อแก้ปัญหาที่ผู้หญิงมักจะถูกเอาเปรียบ Billie จึงขอนำทัพมาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ ผ่านการออกแบบมีดโกนครีมโฟมสำหรับทาก่อนโกนขน และแพ็คเกจจิ้งในสีสันสดใสสมใจหญิงแบบที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอุปกรณ์ใดๆ จากผู้ชายอีกพร้อมกันนั้นก็ได้ทำการปฏิวัติภาษีสีชมพูด้วยการตั้งใจทิ้งท้ายว่า ถึงพวกเธอจะแก้ปัญหาทุกอย่างไม่ได้ แต่มีดโกนคือจุดเริ่มต้นง่ายๆ ที่จะพาไปถึงจุดหมายนั้น

และการเป็นผู้หญิงไม่ใช่เหตุผลที่พวกเธอต้องจ่ายแพงกว่า!

Share Article

Leave a reply