10 สุดยอดสิ่งประดิษฐ์ ที่ช่วยให้ชีวิตดี๊ดีจากนิตยสาร TIME

ไม้กายสิทธิ์ที่โบกแล้วเขียนโค้ดได้ ถุงมือที่ใส่แล้วหยิบของในโลกดิจิทัลได้ หรือชุดที่ใส่แล้วบินได้แบบโทนี สตาร์ก อาจจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ดูเหมือนจะอยู่ในจอมากกว่าโลกแห่งความจริง แต่ด้วยเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด สิ่งเหล่านี้ก็เกิดขึ้นได้แล้ว

 

และทั้งหมดนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งจาก 100 สิ่งประดิษฐ์ ที่นิตยสาร TIME ได้คัดสรรไว้ในลิสต์ที่ยอดเยี่ยมที่สุด โดยใช้เกณฑ์อันหลากหลาย เช่น ความสร้างสรรค์ ความคิดริเริ่ม อิทธิพลต่อสังคม ความทะเยอทะยานของชิ้นงาน และประโยชน์ เพื่อเป็นหมุดหมายบันทึกและเป็นคำชื่นชม ว่าโลกของเราได้ก้าวไปไกลแค่ไหนแล้ว

 

1.Aira

สำหรับคนตาบอด ชีวิตประจำวันเป็นความท้าทายเสมอ กิจกรรมที่คนทั่วไปสามารถทำได้อย่างง่ายดาย เช่น การซักผ้า แยกจดหมาย หรือการเดินทาง กลับกลายเป็นเรื่องที่ยากขึ้น สำหรับผู้พิการทางสายตา โปรเจ็กต์ Aira จึงเกิดขึ้นภายใต้ไอเดียที่ว่า “ถ้าหากคนตาบอดสามารถหยิบยืมสายตาของคนปกติได้ล่ะ?” พวกเขาได้ออกแบบบริการโดยใช้เทคโนโลยีถ่ายทอดสด ภาพจากโทรศัพท์มือถือหรือแว่น Aira ที่จะส่งภาพไปยังพนักงานของบริษัทที่ออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่ออธิบาย ‘ภาพ’ และให้คำแนะนำสิ่งที่คนตาบอดต้องการ

 

2.ZOZOSUIT

เคยเดินไปร้านเสื้อแล้วหาไซส์ของตัวเองไม่ได้บ้างไหม หรือบางที จะเลือกไซส์ S ก็ตัวเล็กไป แต่ขยับไป M ก็กลับโคร่งเกิน ZOZOSUIT แบรนด์เสื้อผ้าจากญี่ปุ่น จึงได้กำเนิดขึ้นจากปัญหาคาใจของลูกค้า พวกเขามาพร้อมกับมอตโต้ที่เชื่อว่าเสื้อผ้าควรเริ่มจากสัดส่วนของคนใส่ ไม่ใช่ไซส์เสื้อ เขาแก้ปัญหาเรื่องไซส์นี้โดยการออกแบบชุดลายจุดที่สามารถประมวลผลสัดส่วนผู้ใส่ผ่านการสแกนแบบ 3 มิติ ด้วยแอปพลิเคชันในโทรศัพท์ และหลังจากนั้นลูกค้าสามารถเข้าไปซื้อเสื้อผ้าที่พอดีกับสัดส่วนของตัวเองได้ผ่านเว็บไซต์ ZOZOSUIT ซึ่งหลังจากการเปิดตัวในเดือนเมษายนที่ผ่านมา แบรนด์ ZOZO ได้ขายสิ้นค้าออกไปแล้วกว่า 1 ล้านตัว โดยมีแผนทำรองเท้าต่อด้วย

3.Beyond Sausage

ขณะเดียวกับที่ร้านเนื้อย่างผุดขึ้นมากมายในกรุงเทพฯ เทรนด์หนึ่งของโลกที่พยายามลดการใช้เนื้อสัตว์ก็กำลังมาแรงไม่แพ้กัน เพราะในแง่หนึ่งการปศุสัตว์สร้างผลร้ายต่อสิ่งแวดล้อมมหาศาล หลายปีที่ผ่านมาความนิยมของการใช้ ‘เนื้อทางเลือก’ มาประกอบอาหารถือเป็นความเปลี่ยนแปลงในโลกของคนครัว บริษัทขายเนื้อทางเลือกอย่าง Beyond Meat จึงพยายามขยับขยายสินค้าของตัวเองให้มีความหลากหลายมากขึ้น โดยล่าสุดพวกเขากำลังรุกตลาดอาหารแปรรูปอย่างไส้กรอก ที่ไม่ใช่แค่มีหน้าตาและรสชาติคล้ายกับไส้กรอกจริงๆ เท่านั้น แต่ยังมีปริมาณไขมันน้อยกว่าเนื้อสัตว์จริงๆ ด้วย

 

4.LynQ

คุณจะไม่ทำใครไปจากชีวิตอีก… LynQ อุปกรณ์ติดตามที่ออกแบบมาให้คุณไม่หลงจากเพื่อนในงานเทศกาลดนตรี หลงจากสัตว์เลี้ยง หรือช่วยให้เด็กๆ เดินห้างได้โดยไม่พลัดจากผู้ปกครอง

LynQ เป็นอุปกรณ์ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี GPS และวิทยุคลื่นยาว เพื่อให้การระบุตำแหน่งของเครื่องมีความแม่นยำ โดยฟังก์ชันของมันคือการบอกที่อยู่ของเครื่อง LynQ ที่เชื่อมต่อกันในรัศมี 5 กิโลเมตร และจะแสดงผลเป็นเข็มบอกทิศทางบนหน้าจอ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันการกำหนดโซนปลอดภัย โดยจะทำให้เจ้าเครื่อง LynQ ส่งเสียงเตือน เมื่อเครื่องอีกเครื่องอยู่นอกระยะที่กำหนดไว้ ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่เหมาะกับพ่อแม่ หรือ คนที่มีสัตว์เลี้ยงอย่างมาก

 

5. BeBop Sensors

เราไม่เคยมี ‘มือ’ จริงๆ ในโลกดิจิทัล ส่วนใหญ่แล้วการขยับหรือหยิบจับสิ่งของในโลกดิจิทัล เรามักจะทำผ่านอุปกรณ์อย่างเมาส์ จอยเกม หรือเมาส์ปากกา แต่จะเป็นอย่างไรถ้าเราสามารถเอามือจริงๆ เข้าไปอยู่ในโลกดิจิทัลได้ ปัจจุบัน คำถามนี้ไม่ใช่เพียงจินตนาการอีกต่อไป BeBop Sensors ได้ออกแบบถุงมือที่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับโลกดิจิทัล และเอามือของเราเข้าไปอยู่ในโลกเสมือนนั้นได้ในทันที

เทคโนโลยีนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเหล่าดีไซเนอร์โดยเฉพาะกลุ่มสถาปนิกที่ใช้เทคโนโลยี VR เป็นเครื่องมือในการออกแบบ เพราะมันสามารถทำให้ผู้ใช้งานสามารถหยิบจับวัตถุเสมือนในโลก VR ได้อย่างอิสระ ไม่ต่างจากโลกจริงเลยทีเดียว ซึ่งต้องชื่นชมการออกแบบและเทคโนโลยีเซนเซอร์ของ BeBop Sensors ที่มีความละเอียดและสวมใส่ได้ง่ายกว่าถุงเซนเซอร์มือทั่วไป

 

6.Fundamental Surgery

ห้องผ่าตัดเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ไม่อนุญาตให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้น เพราะนั่นเท่ากับความเป็นและความตายของคนไข้ แต่เรื่องที่สวนทางกันก็คือวิธีที่จะฝึกปรือคุณหมอให้เชี่ยวชาญการผ่าตัดคือการลงสนามจริง แต่ล่าสุดเทคโนโลยีได้พัฒนาไปถึงจุดที่สามารถสร้างสถานการณ์จำลองที่สมจริงได้ผ่าน VR ซึ่งช่วยให้คุณหมอมือใหม่ทั้งหลายได้ฝึกฝนปฏิบัติการในห้องผ่าตัด

แต่ปัญหาของ VR คือมันให้สัมผัสด้านการมองเห็นแต่เพียงอย่างเดียว ซึ่งไม่เพียงพอต่อการสร้างประสบการณ์ของคุณหมอ บริษัท FundamentalVR จึงได้ออกแบบอุปกรณ์ที่จะช่วยจำลองการผ่าตัดผ่าน VR ให้สมจริงมากขึ้น โดยทำให้อุปกรณ์เหล่านั้นมีระบบการสั่นที่สัมพันธ์กับการผ่าตัด (incorporating haptic feedback) ที่คล้ายกับการสั่นของโทรศัพท์มือถือ ซึ่งจะทำให้ผู้ผ่าตัด ‘สัมผัส’ กระบวนการได้เสมือนจริงกว่าเดิม

 

7.Reebok PureMove

สาวๆ หลายคนมักจะรู้สึกไม่สบายตัวนักเวลาออกกำลังกาย แม้จะพยายามเสาะหาสปอร์ตบราดีๆ มาใส่ก็ตาม แต่บราเหล่านั้นก็ไม่สามารถที่จะช่วยรองรับสัดส่วนได้อย่างสมบูรณ์แบบ Reebok จึงได้คิดค้นสปอร์ตบราที่จะช่วยให้การออกกำลังกายไม่น่ารำคาญอีกต่อไป ด้วยเทคโนโลยีที่จะตรวจจับการเคลื่อนไหวของร่างกาย ซึ่งจะส่งผลให้เส้นใยของบรากระชับขึ้นเพื่อช่วยรองรับสัดส่วนขณะออกกำลังกาย ซึ่งหลังจากที่ปล่อยโปรดักต์นี้ออกไป มันก็กลายเป็นสินค้าที่ขายดีที่สุดในร้านค้าออนไลน์ของ Reebok เลยทันที

 

8.Harry Potter Kano Coding Kit

ในวัยหนึ่งเด็กๆ หลายคนคงอยากได้ไม้กายสิทธิ์มาครอบครอง และเวทย์มนต์คือจินตนาการที่พาเราไปท่องโลกแฟนตาซีได้อย่างไม่เบื่อ Kano บริษัทอุปกรณ์คอมพิวเตอร์สำหรับเด็ก จึงได้จับเอาความจิตนาการเหล่านี้มาผลิตเป็นไม้กายสิทธิ์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้าน Coding ให้กับเด็กๆ

Kano ได้ออกแบบไม้กายสิทธิ์ของพวกเขาร่วมกับเอเจนซี่ของ J.K. Rowling เพื่อให้มั่นใจว่าไม้กายสิทธิ์ทุกอันถูกต้องตามหลักของกระทรวงเวทย์มนต์ แต่ Kano ได้บิดฟังก์ชันของไม้กายสิทธิ์ให้กลายเป็นอุปกรณ์ในการเล่นเกม ที่จะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องการเขียนโค้ด พวกเขาเปลี่ยนคาถาที่ต้องร่ายให้เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่เหล่าพ่อมด-แม่มดตัวน้อยจะต้องทำความเข้าใจเพื่อบรรลุภารกิจ และสอดแทรกตรรกะของเหล่าโปรแกรมเมอร์ อย่างเช่น การสร้างเงื่อนไข และหลักตรรกะศาสตร์ เข้าไปในเวทย์มนต์ของพวกเขาด้วย

 

9.The Carry-on Closet

“ขนไปขนาดนี้ แบกตู้เสื้อผ้าไปด้วยสิ” แฟชั่นนิสต้าหลายคนคงเคยได้ยินคำเสียดสีนี้ แต่แล้วไง? ในเมื่อไปเที่ยวทั้งที ก็ควรมีชุดที่พร้อมสำหรับทุกสถานการณ์หรือเปล่า

อีกหนึ่งสิ่งประดิษฐ์แห่งปีของ Time จึงเป็นกระเป๋าเดินทางที่คุณไม่จำเป็นต้องหยิบเสื้อผ้าออกมาจัดเรียง เพราะมันคือตู้เสื้อผ้าขนาดย่อมที่พร้อมจะให้คุณเลือกสรรเสื้อผ้าเสมือนอยู่ในห้องนอน ‘Carry-on Closet’ จาก Solgaard Design มาตอบทุกโจทย์ที่นักเดินทางต้องการ แม้ภายนอกจะดูเหมือนกระเป๋าเดินทางทั่วไป แต่ข้างในคือชั้นวางที่สามารถเก็บเสื้อผ้าได้เป็นสัดส่วน แถมยังดึงออกมาจากกระเป๋าแขวนไว้ได้ไม่ต่างจากตู้เสื้อผ้าขนาดย่อมเลยทีเดียว ซึ่งทำให้การแต่งตัวระหว่างทริปของคุณมีความสะดวกและง่ายดายมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว

 

10. Gravity Jet Suit

แฟนหนังมาร์เวลหลายคนน่าจะถูกใจกับสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ เพราะมันคือโทนี่ สตาร์กในชีวิตจริง ชุด Iron man ตัวนี้ผลิตโดย Gravity Industries ที่ยัดเอาเครื่องยนต์เล็กๆ 5 ตัว ที่มีกำลังถึง 1,050 แรงม้าไว้ใน ‘ชุดเกราะ’ ตัวนี้ ทำให้มันสามารถพาผู้สวมใส่ลอยเหนือพื้นดิน และเคลื่อนที่ในอากาศได้อย่างอิสระด้วยความเร็วถึง 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

แต่ในปัจจุบันราคาก็ยังถือว่าสูงพอสมควร เพราะโมเดลล่าสุดของพวกเขาตั้งไว้ที่ราวๆ 14 ล้านบาทไทย

 

ILLUSTRATED BY NATTAPON KAIKAEW

Share Article

Leave a reply