9 เทรนด์ที่ควรรู้สำหรับวงการออกแบบในปี 2019

นับถอยหลังสู่ปีใหม่กันแล้ว ปีหน้าตั้งใจจะทำอะไรกันบ้างลดความอ้วน ดูแลสุขภาพให้มากขึ้น หรือทำงานให้ดีขึ้น

ถ้าเป็นอย่างหลังแล้วล่ะก็ การเตรียมตัวล่วงหน้าตั้งแต่ปีนี้ ก็เป็นไอเดียที่ดีสำหรับการเริ่มต้นและยังสร้างข้อได้เปรียบให้คุณได้ ก่อนจะหมดปี เราขอพาไปสำรวจเทรนด์ต่างๆ ในวงการออกแบบที่คาดว่าจะมาในปีหน้า เริ่มต้นด้วยภาพรวมทั่วๆ ไปของการออกแบบ เพื่อให้คุณได้ล้ำหน้าก้าวสู่ปี 2019 ก่อนใคร!

  1. โทนสีที่หนักแน่นและฉูดฉาด (Bold Color) : จริงๆ ในปี 2018 นี้ก็พอจะเห็นดีไซเนอร์หลายคนที่ใจกล้าและท้าทายในการใช้สีที่หวือหวาแล้ว แต่เทรนด์นี้จะยิ่งชัดเจนขึ้นอีกในปีหน้า
  2. ความไม่สมมาตร (Asymmetry) : ‘ไม่สมมาตรในที่นี้ ไม่หมายถึงการใช้สัดส่วนที่ไม่บาลานซ์กัน แต่ในทางงานออกแบบแล้ว มันหมายถึงความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการสร้างความสมดุลแบบที่ไม่ต้องซ้ายขวาเท่ากันแบบเดิมๆ แต่เป็นการเล่นกับองค์ประกอบด้วยเทคนิคต่างๆ อย่างการจัดวางตัวอักษร รูปทรงเรขาคณิต หรือจัดวางแบบสามมิติ เพื่อให้เกิดความพอดีในนิยามใหม่ แต่อย่าลืมข้อสำคัญข้อหนึ่งว่า.. สายตาคนเรามักจะเห็นสิ่งที่ใหญ่ที่สุดก่อนเสมอ
  3. ภาพเคลื่อนไหว (Animations) : การขยับอาร์ตเวิร์กให้เคลื่อนไหวเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นบนเว็บไซต์ แอพฯ หรือโฆษณาใดๆ จะดึงดูดความสนใจของผู้ชมได้มากกว่า (ลองหาทางดูนะ)
  4. Gradient : เทรนด์การไล่สีหรือ Gradient นี้ เริ่มมีให้เห็นแล้วในช่วงปี 2018 แต่ก็จะยังคงป๊อปต่อไปในปีหน้า ส่วนหนึ่งก็คงต้องยกประโยชน์ให้แบรนด์อย่าง Apple และ Instagram ที่หยิบมันมาใช้ หรือแม้แต่ปกอัลบั้มในเพลย์ลิสต์ของ Spotify
  5. Isometric Design : อีกเทรนด์ที่จะยังคงอยู่ต่อในปีหน้าคืองานออกแบบแบบ Isometric ที่เผยให้เห็นมิติกว้างxยาวxสูงในมุม 30  องศา ส่วนใหญ่จะใช้ในงานวาด Illustration ทำให้มีความเสมือนจริงมากขึ้น
  6. Augmented Reality : งานออกแบบเว็บไซต์หรือแอพฯ น่าจะต้องพึ่งพาเทคโนโลยี AR มากขึ้น นอกจากช่วยเพิ่มลูกเล่นเพื่อดึงความสนใจแล้ว ยังเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ผู้บริโภคได้ทดลองบริการหรือสินค้าได้ด้วย
  7. ภาพที่สมจริงหรือเซ็ตถ่ายเอง : Stock Photos หรือรูปแนวที่ดูแล้วเป็นรูปสต็อกจะจูงใจให้คนหยุดดูงานไม่ได้แล้ว เพราะสายตาของคนในปีหน้าจะเลือกหยุดที่รูปถ่ายที่สมจริงหรือดูว่าเซ็ตถ่ายขึ้นมาใหม่มากกว่า (แล้วเราก็จะมี Stock Photos แบบใหม่ขึ้นมาในปีต่อไป เชื่อสิ!)
  8. งานแบบให้คิดต่อ (Open Composition) : งานที่เผยให้เห็นบางส่วน พื้นที่ว่างสีขาว และลำดับที่พอเดาต่อได้ เป็นงานออกแบบที่จะกระตุ้นความสนใจและการมีส่วนร่วมของคน แม้จะนำเสนอแบบไม่บอกหมดเพื่อเปิดพื้นที่ให้จินตนาการของผู้ดูผู้บริโภค แต่ความท้าทายของดีไซเนอร์ก็อยู่ที่การมีเมสเสจที่หนักแน่นและแนวทางที่แข็งแรงในการพาคนดูไปสุ่จุดนั้น
  9. ยำ! (Eclectic) : ใช่แล้ว หมายถึงว่าลองเอาหลายเทคนิคและหลายรูปแบบมายำรวมกัน ซึ่งมันยากและท้าทายสำหรับงานดีไซน์อยู่แล้ว แต่ถ้าทำได้(ดี) โปรเจ็กต์ของคุณจะโดดเด่นและแตกต่างอย่างแน่นอน
ILLUSTRATED BY Jida Leepaiboon

Share Article

Leave a reply