Mindful Productivity : 5 เคล็ดลับจัดการเวลาจาก Google ที่จะช่วยให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น

อยากทำงานให้ดี อยากทำงานให้ได้เยอะๆ แต่บางวันกลับไม่เป็นดังใจต้องการ ทั้งคิดงานไม่ออก สร้างงานไม่ได้ หรือ ไม่มีสมาธิในการประชุมเอาเสียเลย

ลองตั้งสติดูใหม่และทบทวนกับคำแนะนำ 5 ข้อแนะนำจาก Laura Mae Martin พนักงานจาก Google ที่เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาตัวเอง ที่อาจช่วยยกระดับความ Productive ของคุณ เธอคือบุคลากรของ Google ที่รู้จักกันในเรื่องเทคนิคจัดการเวลา ผ่านทฤษฎีที่ชื่อ Mindful Productivity เพื่อสร้างประสิทธิภาพในการทำงานให้กับตัวเอง

 

  1. ลองนิยามวันที่ ‘Productive’ ของคุณดูใหม่

สำหรับหลายๆ คน วันที่ Productive หมายถึงวันที่สามารถ ‘ขีดฆ่า’ สิ่งที่ต้องทำออกจาก To-do list ได้อย่างหมดจด แต่นั่นอาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องไปเสียทั้งหมด บางทีการนอนดู Netflix ทั้งวันก็อาจเป็นสิ่ง Productive ก็ได้ เพราะสำหรับ Martin เธอได้นิยามวันแห่งการ Productive ไว้ว่า “การได้รู้ว่าตัวเองอยากจะทำอะไร ปรารถนาที่จะทำมัน และได้ลงมือทำจนสำเร็จ” แม้การยกตัวอย่างเรื่อง Netflix อาจดูสุดโต่งไปหน่อย แต่ก็ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดีในการหาจุดสมดุลให้กับตัวเอง เพราะการผูกความ Productive ไว้กับเรื่องงานเพียงอย่างเดียวอาจจะเป็นแนวคิดที่คับแคบเกินไป

 

  1. ใช้เวลาว่างสั้นๆ เปิดลูปให้สมอง

คุณทำอะไรเวลานั่ง BTS หรือต่อแถวรอซื้ออาหาร? หลายคนคงปฏิเสธความจริงที่ว่าเราส่วนใหญ่มักจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คโน่น เช็คนี่อยู่ตลอดเวลาไม่ได้ ทำให้ช่วงเวลา ‘ว่าง’ เล็กๆ ในชีวิต ถูกเติมเต็มด้วยโซเชียลมีเดีย เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรือ อินสตาแกรมไปเสียหมด

ทั้งที่จริงช่วงเวลาว่างเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้คือจังหวะที่ดีสำหรับการปล่อยให้ความคิดได้ทำงาน การคิดเรื่อยเปื่อยเป็นประโยชน์ที่คาดไม่ถึงอย่างหนึ่ง ไอเดียยอดเยี่ยมไม่น้อยที่เกิดขึ้นขณะเราปล่อยให้เราเองนึกเพ้อไปอย่างอิสระ ซึ่ง Martin เรียกสิ่งนี้ว่า ‘การเปิดลูป’ ซึ่งก็คือลูปความคิดที่จะช่วยให้สมองเราเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างที่เราไม่รู้ตัว และบางที สิ่งดีๆ อาจผุดขึ้นมาจากลูปเหล่านี้ก็ได้

 

  1. อย่าให้การประชุมมาเป็นตัวกำหนดตารางชีวิต

อาจไม่ง่ายสำหรับหลายคน แต่แนวคิดนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเชื่อที่ว่า คนเราต่างมีเวลาที่จะสามารถทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพได้ต่างกัน บางคนอาจเป็นตอนเช้า บางคนหลังข้าวเที่ยง และบางคนคือยามเย็น Martin แนะนำว่าระหว่างช่วงเวลาทองเหล่านี้ เราควรใช้มันอย่างคุ้มค่า โดยที่ไม่มีอะไรเข้ามารบกวน ไม่่ว่าจะเป็นการเช็คอีเมล ตอบลูกค้า หรือ แม้แต่การประชุม

ปัญหาของเรื่องนี้คือบ่อยครั้งการประชุมเข้ามารบกวนเราเวลาที่เราควรจะเต็มที่กับการทำงานและสะสางโปรเจ็กต์ต่างๆ ให้ครบถ้วน ทางออกที่ดีที่สุดน่าจะเป็นการปรึกษากับคนในทีม เพื่อจัดตารางประชุมให้เป็นช่วงเวลาที่ทุกคนสะดวกที่สุด โดยเคารพช่วงเวลาแห่งประสิทธิภาพของแต่ละคนด้วย

 

  1. แยกเรื่องงานออกจากการใช้ชีวิต

ในที่ทำงานคุณอาจเป็นคนเจ้าระเบียบ เก็บรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และไม่ค่อยยืดหยุ่นมากนัก แต่คำแนะนำของ Martin ก็คือ ในชีวิตประจำวันหรือชีวิตส่วนตัวของคุณ คุณควรจะลองทำอะไรที่ตรงข้ามกับบุคลิกหรืออุปนิสัยในชีวิตการทำงานของตัวเองบ้าง อย่างเช่น จากที่เป็นคนจัดการและวางแผนทุกอย่างในที่ทำงาน แต่ยามไปออกทริปท่องเที่ยว ก็ลองปล่อยตารางให้ว่างและออกไปผจญภัยดูบ้าง ไม่ใช่ว่านี่คือการปล่อยตัวละเลยวินัย แต่มันเป็นเรื่องของการหาความสมดุลเพื่อป้องกันตัวเองจากอาการหมดไฟ แถมยังเป็นการได้ใช้กระบวนการคิดรูปแบบใหม่ๆ ด้วย

 

  1. แอปฯ ดี ชีวิตดี ถ้าใช้ให้เป็น

วิธีการง่ายๆ ที่หลายคนมองข้าม คือการทำความเข้าใจโปรแกรมหรือแอปพลิเคชันที่คุณต้องใช้บ่อยๆ ให้ถ่องแท้ เพราะการเข้าใจรูปแบบและการตั้งค่าของแอปพลิเคชันจะช่วยให้คุณสามารถใช้อุปกรณ์เหล่านั้นได้อย่างเต็มที่ และให้มันได้ช่วยแบ่งเบาภาระจากคุณ เช่น แอปพลิเคชันการจดบันทึก การทำตารางงาน หรือ การสร้างปฏิทิน

ขณะเดียวกันหากคุณรู้จักแอปพลิเคชันที่คุณใช้ดีพอ คุณจะสามารถตั้งค่าให้มันไม่มารบกวน ‘เวลา’ ของคุณมากจนเกินไปได้ อย่างเรื่องของการแจ้งเตือนต่างๆ เพราะท้ายที่สุดแล้วแอปพลิเคชันหรือโปรแกรมใดๆ ก็ตาม ถูกสร้างมาเพื่อให้คุณ ‘ใช้’ มัน ไม่ใช่ให้มันมาใช้คุณ

 

ILLUSTRATED BY JIDA LEEPAIBOON

Share Article

Leave a reply