ฟังพอดแคสต์แล้วได้อะไร? เหตุผลที่ควรสนใจและเริ่มลองฟังพอดแคสต์

ทุกวันนี้คุณเสพสื่อผ่านอะไรกันบ้าง? เนื้อหาในโลกออนไลน์ทุกวันนี้มีรูปแบบที่หลากหลาย และมีสื่อมากมายที่หลายครั้งก็ถูกจับมาผสมผสานเข้าด้วยกัน หนึ่งในนั้นคือ ‘พอดแคสต์’ หรือรายการวิทยุออนไลน์ที่มีอัตราการเติบโตทั่วโลกอยู่ที่ราวๆ 10-20 เปอร์เซ็นต์ต่อปี

 

มีการเก็บสถิติว่าชาวอเมริกันกว่า 17 เปอร์เซ็นต์ฟังพอดแคสต์ทุกอาทิตย์ ขณะที่คนไทยก็เริ่มหันมาเปิดพอดแคสต์ฟังกันในระหว่างเดินทางหรือทำกิจกรรมต่างๆ (อย่างเช่นออกกำลังกาย) กันมากขึ้น อะไรที่ทำให้พอดแคสต์ได้รับความนิยม ลองดูเหตุผลเหล่านี้ที่อาจจะทำให้คุณพบว่า สื่อการฟังนี่น่าจะเหมาะกับคุณเหมือนกัน

 

  1. ฟังได้ทุกที่ทุกเวลา แม้ว่าจะทำอย่างอื่นอยู่

ข้อดีอย่างแรกของการฟังพอดแคสต์คือมันไม่เรียกร้องความตั้งใจในการเสพสื่อของเรามากนัก คล้ายกับวิทยุ เราสามารถเปิดช่องพอดแคสต์ต่างๆ แล้วฟังในขณะที่เราทำกิจกรรมอื่นๆ ไปด้วยได้ คุณสามารถฟังพอดแคสต์ได้ตอนขับรถ ทำงานบ้าน หรือออกกำลังกาย ลองนึกดูสิว่าช่วงเวลาที่ปกติเราจะใช้ไปอย่างเปล่าๆ จะมีประโยชน์ขึ้นแค่ไหนถ้าคุณคอยหมั่นเติมความรู้ ความบันเทิงผ่านการฟังพอดแคสต์ดีๆ

 

  1. ฟังพอดแคสต์ เหนื่อยน้อยกว่า

หนึ่งในข้อดีของการฟังคือมันไม่เหนื่อย! การอ่านเป็นกิจกรรมที่ใช้เวลาและใช้พลังงานพอสมควร การอ่านบทความ 3 หน้า A4 ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ อาจใช้เวลาจากคุณไปสัก 10 นาที หลังจากนั้นคุณก็อาจจะอยากพักเสียแล้ว หรือถ้าลองไปเปิดยูทูปเพื่อดูอะไรสักอย่างความยาวของคลิปเฉลี่ยอยู่ที่ 4 นาที 20 วินาที เพราะเหล่าคนทำวิดีโอทราบดีว่าพฤติกรรมของคนดู ไม่อาจจดจ่อต่อเนื่องกับอะไรที่ยาวๆ ได้มากนัก

แต่การฟังพอดแคสต์นั้นต่างออกไป ผู้คนมักจะยินดีที่จะฟังเรื่องราวที่น่าสนใจไปได้เรื่อยๆ เพราะมันไม่ต้องใช้สมาธิเพื่อฟังมากนัก และนั่นทำให้เหล่าผู้ผลิตเนื้อหาสามารถที่จะมีรายการพอดแคสต์ยาวๆ ได้ระดับชั่วโมงเลยทีเดียว ยกตัวอย่างเช่นรายการ The Joe Rogan Experience ที่แต่ละตอนมีความยาวเกิน 2 ชั่วโมงเลยทีเดียว หรือพอดแคสต์เรื่องการลงทุนก็มีความยาวราว 30 นาที ถึงหนึ่งชั่วโมง โดยที่คนฟังไม่ได้รู้สึกเหนื่อยล้า

 

  1. เปิดพื้นที่ให้จินตนาการ

หลายคนอาจสงสัย ในเมื่อเราสามารถดูคอนเทนต์ที่เป็นวิดีโอแล้วสามารถเห็นภาพได้เลย ทำไมการฟังพอดแคสต์ยังสนุกสนานได้อยู่? คำตอบของคำถามนี้อาจคล้ายกับการอ่านหนังสือ การเสพสื่อที่ไม่มีภาพบ่อยครั้งเป็นการเปิดโหมดของสมองของเราให้คิดออกมาเป็นภาพ ซึ่งในส่วนนี้ก็ขึ้นอยู่กับการเล่าเรื่องของผู้จัดรายการด้วย

มีงานวิจัยจาก Emma Rodero อาจารย์จากมหาวิทยาลัย Pompeu Fabra ว่าเสียงคือสื่อรูปแบบหนึ่งที่จะบังคับให้เราคิดภาพตามไปด้วย ซึ่งภาพเหล่านั้นจะเป็นจิตนาการและวิธีการทำความเข้าใจเรื่องราวที่ได้ยินในแบบของตัวเอง ซึ่งจุดนี้เองที่เป็นพื้นที่ที่เปิดให้กับความคิดสร้างสรรค์ในแบบที่สื่อวิดีโอหรือภาพนิ่งไม่อาจทำได้

 

  1. ประหยัดเวลาค้นคว้า เพราะย่อยมาให้ฟังแล้ว

พอดแคสต์มีประเภทของเนื้อหาที่หลากหลาย ตั้งแต่รายการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ไปจนถึง กีฬาและธุรกิจ มีพอดแคสต์มากมายที่จะช่วยตอบความต้องการของคุณ ทั้งด้านความบันเทิงและความรู้ ถ้าเป็นโลกในอดีตคุณอาจต้องนั่งหลังแข็งเพื่ออ่านหนังสือสักเล่ม หรือค้นคว้าหารีเสิร์ชในห้องสมุด แต่ในปัจจุบันคุณสามารถฟังพอดแคสต์แล้วรู้เรื่องทั้งหมดที่ถูกรวบรวมและย่อยมาให้รับรู้ได้ง่ายๆ มันจึงเปรียบเสมือนไอเดียสำเร็จรูปที่จะช่วยประหยัดเวลาของคุณ

 

  1. เปิดพื้นที่ให้ใครก็ตามที่อยากเล่า

คนทุกคนมีเรื่องเล่าของตัวเอง แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบเขียนหนังสือ ถ่ายรูป หรือสามารถตัดต่อวิดีโอได้ พอดแคสต์คือสื่อที่ง่ายที่สุดในการเล่าเรื่อง เพราะมันไม่ต้องอาศัยทักษะอะไรมากมาย นอกเสียจากเสียงของเรากับเครื่องอัดเสียง นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำโลกของพอดแคสต์กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะมันเปิดโอกาสให้คนที่มีเรื่องเล่า แต่ไม่ได้มีทักษะในการสร้างสื่อชนิดอื่นๆ ได้เข้ามาเล่าเรื่องของตัวเองหรือสิ่งที่พวกเขาสนใจ

พื้นที่ของเสียงจึงเป็นพื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาล ซึ่งจะทำให้คุณในฐานะผู้ฟัง ได้รับรู้เรื่องราวต่างๆ มากมายหลายประเภท ด้วยวิธีการเล่าที่แตกต่างกันออกไป

 

ILLUSTRATED BY NATTAPON KAIKEAW

Share Article

Leave a reply