เที่ยวไปทำงานไป 5 ปัจจัยที่ควรมีหากคุณต้องเที่ยวและทำงานไปด้วย

หยุด.. แบบไม่ได้หยุด ลา.. ก็เหมือนไม่ได้ลา เพราะงานและชีวิตคนสมัยนี้ ดูเป็นสองสิ่งที่ผูกติดกันไปแล้ว ทำให้หลายครั้งที่เราเก็บกระเป๋าออกเดินทาง ก็เหมือนจะมี ‘เวลาทำงาน’ ใส่ลงในตารางเที่ยวไปด้วย

จริงๆ การเปลี่ยนบรรยากาศ ก็ส่งผลดีต่อความคิดสร้างสรรค์และประสิทธิภาพการทำงานเหมือนกัน และหากตั้งใจจะมีไลฟสไตล์แบบเที่ยวไปทำงานไปแล้ว นี่คือ 5 คำแนะนำจาก ‘Digital Nomad’ กูรูด้านการเดินทางไปนี่มานั่น แล้วยังทำงานหาเงินได้อยู่ สำหรับสิ่งที่ต้องมีเพื่อการเดินทางและการทำงานที่ราบรื่น

  1. หาอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง

ก่อนจะเดินทางไปที่ใดก็ตาม คุณควรทำการบ้านเรื่องของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต การสอบถามที่พักว่าพวกเขามี Wifi ให้บริการหรือไม่เป็นเรื่องสำคัญ มิเช่นนั้นคุณอาจขาดการติดต่อกับโลกภายนอก และนั่นไม่ใช่เรื่องดีเลยหากคุณยังอยากที่จะรักษาคุณภาพของการทำงานเอาไว้ เพราะการสื่อสารเป็นเรื่องสำคัญไม่น้อยไปกว่าชิ้นงาน แต่หากสุดวิสัยจริงๆ คุณอาจพก Pocket Wifi ติดตัวไป

  1. รวมเรื่องงานกับเรื่องเที่ยว ให้เป็นเรื่องเดียวกัน

\แน่นอนว่าเราต่างมีวิธีเที่ยวและวิธีการทำงานที่ต่างกันออกไป แต่อยากให้คุณลองวิธีใหม่ๆ ดูบ้าง ลองไม่ต้องกำหนดเวลาพักหรือเวลาทำงานอย่างจริงจัง ยืดหยุ่นกับตารางเวลาและใช้ชีวิตไปตามจังหวะของเมืองที่คุณไปท่องเที่ยวดู เพราะการเที่ยวไม่ใช่แค่เรื่องของการพักผ่อน แต่เป็นการพาตัวเองไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ซึ่งคุณควรได้ทดลองและถ้าโชคดีคุณอาจได้เห็นแง่มุมใหม่ๆ ในการใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์ก็เป็นได้

  1. หาที่สำหรับ Nomad

ลองเสิร์ชคำว่า ‘Digital Nomad Cafe + ชื่อของเมืองที่คุณเดินทางไป’ คุณจะได้คาเฟ่พร้อมบรรยากาศที่เหมาะสำหรับการนั่งทำงานนานๆ แต่หากคุณอยากได้ที่ทำงานและที่พักแบบครบวงจร บริษัทอย่าง Roam.co หรือ Outsite.co ก็มีบริการที่พักและ Co-working Space สำหรับนักเดินทางที่ทำงานไปด้วยอยู่ทั่วโลกด้วย (ดูบริษัทอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ nomadlist.com)

  1. เคลียร์กับลูกค้าหรือหัวหน้าให้ชัด

บ่อยครั้งที่การไม่เข้าออฟฟิศ ถูกมองว่าเป็นการ ‘ไม่ทำงาน’ การออกไปท่องเที่ยวยิ่งถูกเข้าใจผิดไปใหญ่ว่าเป็นการอู้งานหรือหนีความรับผิดชอบ คุณจึงควรที่จะชัดเจนกับตัวเอง หัวหน้า และลูกค้า ที่คุณทำงานด้วย ว่าคุณกำลังทำงานอะไรอยู่ มีตารางส่งงานอย่างไร และมีข้อจำกัดแบบใดระหว่างการเดินทาง

เรื่องของ Time Zone ก็เป็นประเด็นสำคัญ คุณควรบอกผู้ร่วมงานไว้ให้เรียบร้อยว่าคุณอาจไม่สะดวกในการติดต่อช่วงเวลาใดบ้าง การเดินทางไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพของการทำงานลดลงเสมอไป สิ่งสำคัญคือการสื่อสารระหว่างคุณกับทีมมากกว่าที่จะช่วยให้งานของคุณดำเนินไปอย่างราบรื่น

  1. อย่าติดกับดักทำงานตลอดเวลา

ไม่ต้องทำงานตลอดเวลา ด้วยความที่เวลางานของเพื่อนร่วมงานคุณเหลื่อมกับเวลาในประเทศที่คุณไปเที่ยว อาจทำให้คุณรู้สึกว่าต้องแสตนด์บายรอเวลาเพื่อติดต่อพูดคุยกับคนที่ออฟฟิศ แต่ลองมองมุมกลับแล้วปรับข้อจำกัดนี้ให้กลายเป็นข้อได้เปรียบดูสิ ลองใช้เวลาที่เหลื่อมกันนี้ไปทำกิจกรรมต่างๆ แทนที่จะนั่งรออยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ อย่างการไปชมนิทรรศการศิลปะ หรือ ออกไปวิ่งในเมือง

เพราะอย่าลืมว่ายามที่คุณเที่ยว ไม่ได้มีบัตรให้คุณตอกเวลาเข้างาน ฉะนั้นถ้าคุณไม่จัดสรรเวลาให้ดี คุณอาจลงเอยกับพฤติกรรมที่เคยชินได้

ILLUSTRATED BY NATTAPON KAIKEAW

Share Article

Leave a reply