ทำงานร้านกาแฟดีกว่า? เมื่อสถานที่มีผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน

ที่เห็นนั่งหน้าคอมฯ ในออฟฟิศทั้งวัน บางทีก็ตันๆ ไม่ค่อยได้งาน พอเคลื่อนตัวไปนั่งร้านกาแฟเท่านั้นแหละ ปิ๊งไอเดียเฉย นั่นก็เพราะจริงๆ แล้ว สถานที่และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เป็นหนึ่งในปัจจัยที่จะช่วยให้เราทำงานมีประสิทธิภาพ แถมประสิทธิภาพทางใจก็ดีตามไปด้วย

 

งานวิจัยจาก Harvard Business Review ในปี 2015 พบว่า คนทำงานจะรู้สึกผ่อนคลายกว่า เมื่อได้อยู่นอกออฟฟิศที่ปกติแล้วแข็งทื่อหรือเป็นออฟฟิศจ๋าๆ เกินไป งานวิจัยยกตัวอย่างของการทำงานตาม co-working space ทั้งหลายว่า มันได้ลดความเป็นการเมืองในองค์กรลง และทำให้คนทำงานได้พบปะผู้คนหน้าใหม่ๆ ที่จะกระตุ้นให้พวกเขาเปิดกว้างและมีอิสระในการวางตัวในขณะทำงานมากขึ้น

แต่นั่นไม่ได้ความว่าออฟฟิศรุ่นเก่าจะไม่น่าทำงาน เพราะของแบบนี้ขึ้นอยู่กับความสบายใจส่วนบุคคล งานวิจัยจึงไม่ได้ตอบว่า ออฟฟิศแบบไหนดีกว่าออฟฟิศแบบไหน แต่กลับให้ข้อสรุปว่า เลือกบรรยากาศที่ชอบเถิดจะเกิดผล(งาน)

หลายคนน่าจะติดภาพว่าไปทำงานตามคาเฟ่หรือ co-working space จะต้องเสียงดังจอแจแน่เลย แต่ เสียงจ๊อกแจ๊กนี่แหละเป็นตัวกระตุ้นในการทำงานได้อย่างดี การทดลองของมหาวิทยาลัย British Columbia ชี้ว่า เสียงรบกวนในระดับที่น่ารักพอดีๆ นั้นมีส่วนช่วยให้ความคิดเราบรรเจิดกว่าการนั่งทำงานในห้องเงียบๆ ซะอีก

การทดลองดังกล่าวจัดให้ผู้ร่วมทดลองเข้าทำแบบทดสอบที่ต้องใช้สมาธิผสมความคิดสร้างสรรค์เข้าด้วยกัน ซึ่งผลออกมาว่า หากปล่อยผู้ร่วมทดลองไว้ในห้องที่มีความดังระดับ 70 เดซิเบล พวกเขาจะทำงานได้ดีและมีไอเดียครีเอทีฟพลุ่งพล่าน แต่หากให้ทำแบบทดสอบในห้องเงียบ ซึ่งเฉลี่ยแล้วมีความดัง 50 เดซิเบล พวกเขาจะทำแบบทดสอบออกมาได้แย่กว่า และเมื่อลองเพิ่มความดังของเสียงรบกวนไปที่ 85 เดซิเบล ผลลัพธ์ของแบบทดสอบกลับออกมาแย่เข้าไปใหญ่

เรื่องของเรื่องก็คือ สถานที่ที่มีเสียงรบกวนในระดับความดังที่ 70 เดซิเบลนี้ มันไปพอดิบพอดีกับความดังในคาเฟ่ ร้านกาแฟ หรือ co-working สเปซวุ่นๆ ที่เราชอบเห็นคนทำงานทั้งหลายไปหมกตัว

การเลือกทำงานในพื้นที่ที่สบายใจ ผ่อนคลาย หรือเป็นตัวของตัวเอง จึงไม่ใช่เรื่องแค่เรื่องการหาข้ออ้างเพื่อสร้างบรรยากาศในการทำงานเท่านั้น แต่ยังช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และส่งเสริมให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพด้วย

ครั้งต่อไปนั่งอยู่ในออฟฟิศแล้วคิดงานไม่ออก ลองกระซิบถามบอสว่าออกไปทำงานร้านกาแฟได้ไหมดูสิ (แน่นอนว่าคุณต้องจ่ายค่ากาแฟเอง)

ILLUSTRATED BY JIDA LEEPAIBOON

Share Article

Leave a reply